
นิรโทษกรรม
คนเราทุกคนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ สิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในทรัพย์สิน ย่อมได้รับความคุ้มครอง (รัฐธรรมนูญมาตรา 32 และ 41)
คนเราทุกคนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ สิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในทรัพย์สิน ย่อมได้รับความคุ้มครอง (รัฐธรรมนูญมาตรา 32 และ 41)
ท่านทั้งหลายลองถามตัวเองดูซิครับว่า ถ้ามีคนมาฆ่าพ่อแม่ ลูกเมียหรือผัวของท่าน ท่านจะยอมให้มีการนิรโทษกรรมให้คนที่ฆ่าหรือไม่ หรือใครมาลักทรัพย์หรือมาเผาบ้านของท่าน และท่านก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ ท่านจะยอมให้มีการนิรโทษกรรมให้คนคนนั้นหรือไม่
เพราะหากมีการนิรโทษกรรมแล้ว กฎหมายไม่สามารถเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้ และท่านก็ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากใครได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น การทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เป็นเหมือนมะเร็งร้ายของประเทศ เป็นการโกงทรัพย์สินของแผ่นดิน ทรัพย์สินส่วนรวมที่มาจากการเก็บภาษีจากประชาชนทั่วประเทศเพื่อเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ การทุจริตโกงเงินงบประมาณจึงเท่ากับโกงเงินของคนทั้งประเทศ มีความร้ายแรงมากกว่าการโกงทรัพย์สินส่วนตัว
กฎหมายนิรโทษกรรม จึงเป็นกฎหมายที่แปลก เพราะบัญญัติให้การทำผิด ไม่เป็นความผิด
กฎหมายนิรโทษกรรม จึงเป็นกฎหมายที่เป็นข้อยกเว้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่มีเหตุผลที่จะไม่ดำเนินคดี ไม่เอาโทษ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมจึงต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรมในประเทศ และต้องไม่ใช่ส่งเสริมคนให้กระทำความผิด
การออกกฎหมายนิรโทษกรรมจึงต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน มีเหตุมีผล และต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม ซึ่งทั่วโลกเขามีหลักมีเกณฑ์การนิรโทษกรรม ไม่ใช่นึกอยากจะนิรโทษให้ใครก็ได้
และไม่ใช่ให้คนเพียง 310 คน มาออกกฎหมายยกเว้นโทษให้กับคนที่กระทำความผิด หรือจะพูดให้ตรงไปตรงมาก็คือ ให้คนคนเดียวใช้อำนาจเงินสั่งการให้คนไร้เกียรติออกกฎหมายยกเว้นโทษให้กับตนเอง ส่วนคนอื่นเป็นผลพลอยได้
หลักในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่เป็นสากลนั้น เป็นการออกกฎหมายเพื่อยกเว้นโทษให้กับความผิดอันเกิดจากความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งมักจะเป็นเรื่องทางการเมืองการปกครอง คนที่เห็นต่างกันในระบอบการเมืองที่ต่างกัน เช่น บางคนเห็นว่าระบบคอมมิวนิสต์ดี แต่บางคนเห็นว่าประชาธิปไตยดี ความเห็นที่แตกต่างนี้ ไม่มีใครผิดใครถูก และโดยตัวความเห็นนั้นเอง ไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่เป็นความชั่วร้ายในตัวของการกระทำนั้นเอง เราจึงเห็นการนิรโทษกรรมภายหลังการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งเป็นความผิดฐานกบฏตามกฎหมายที่ถูกยกเลิก
นอกจากนี้ การนิรโทษกรรมในความผิดอื่น ที่ทำกันทั่วไป คือ การนิรโทษกรรมให้กับความผิดที่ยังไม่เกิดความเสียหายกับใคร เช่น การนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นความผิด หากนำมาคืนให้ทางราชการภายในเวลาที่กำหนดจะไม่มีโทษ นั่นคือการนิรโทษกรรมที่เคยทำกัน แม้ในอังกฤษก็เคยทำก่อนที่จะห้ามคนถือครองอาวุธ และการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ ใช้กับคนทั่วประเทศ ใช้กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
การนิรโทษกรรมจึงไม่สามารถทำได้กับ ทุกความผิด โดยเฉพาะความผิดที่มีผู้เสียหาย
หากยอมให้มีการนิรโทษกรรมความผิดทุจริตคอร์รัปชั่น ความผิดฐานฆ่าคนตาย ความผิดฐานลักทรัพย์ เผาบ้านเผาเมือง ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วว่าเป็นการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ดินรัชดาที่ทำให้ทักษิณต้องหลบหนีเป็นสัมภเวสีอยู่เวลานี้ หรือคดีทุจริตรถดับเพลิงที่ประชา มาลีนนท์ กลายเป็นนักโทษหนีคุกไปอีกคน หากฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎหมายนิรโทษว่าไม่เป็นความผิด ย่อมเป็นการก้าวก่ายอำนาจตุลาการ ที่ได้พิพากษาคดีแล้วว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
หากยอมให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมในความผิดฐานฆ่าคนตาย ฐานลักทรัพย์ ทำลายทรัพย์คนอื่นได้ ก็เท่ากับละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่มีต่อชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น กฎหมายเช่นนี้ย่อมจะขัดกับรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองสิทธิพื้นฐานเหล่านี้ ซึ่งไม่สามารถออกกฎหมายมาจำกัดหรือล้มล้างสิทธิพื้นฐานเช่นนี้ได้
และถ้ายอมให้กฎหมายฉบับนี้ออกใช้บังคับได้ จะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างมาก เพราะการฆ่าคนตายที่แยกราชประสงค์ ได้รับการนิรโทษ แต่ถ้าฆ่าคนตายที่อื่น ไม่ได้รับนิรโทษ การทุจริตคอร์รัปชั่นที่ผ่าน คตส.ได้รับการนิรโทษ แต่การทุจริตคอร์รัปชั่นปกติทั่วไป ไม่ได้รับการนิรโทษ
พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยตี 4 ที่เป็นปัญหาอยู่นี้ จึงเป็นกฎหมายอัปยศที่ขัดกับหลักการพื้นฐาน ขัดกับหลักนิติธรรม นิติรัฐ ขัดกับความรู้สึกของปุถุชน และไม่อาจกล่าวอ้างได้เลยว่าเป็นกฎหมายปรองดอง
การตัดสินใจเดินหน้าผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอยเพื่ออยากกลับบ้านเท่ๆ ของทักษิณ ใครๆ ก็รู้ว่าเกิดจากความอหังการ ที่คิดว่าจะทำอะไรในเมืองไทยก็ได้ ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา เหล่าทหารก็ส่งน้องโง่ไปคุมแล้ว ตำรวจเกือบทั้งสำนักงานอยู่ภายใต้คำสั่งเพราะมีวันนี้ได้เพราะพี่ให้ จึงไม่หือไม่อือ สส.ในสภาเป็นเหมือนทาสในเรือนเบี้ย เป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่คิดเองไม่เป็น ยกมือตามคำสั่งอย่างเดียว
ไม่ว่าจะมีคนวิเคราะห์ชื่นชมความล้ำเลิศของทักษิณอย่างไรก็ตาม ผมก็เชื่อว่า ทักษิณคาดไม่ถึงว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นไทยเฉยนั้น วันนี้ได้แสดงพลังให้เห็นแล้วว่า ยังมีความรักชาติ รักบ้านเมือง ต้องการเห็นบ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมาย คนที่ทำความผิดต้องได้รับโทษ ไทยเคยเฉยวันนี้ ไม่ยอมให้เสียงข้างมากในสภาออกกฎหมายได้ตาม อำเภอใจ
เมื่อกรรมมาถึง อะไรก็หยุดไม่ได้ ไม่ว่าจะเก่งกาจเพียงใด การตัดสินใจจึงผิดพลาด
นักโทษหนีคุกอย่างทักษิณ แม้จะมีบุญเก่ามามากมายจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีระดับโลก แต่ในชาตินี้กลับสร้างบาปกรรมไว้ท่วมตัว ถึงวันนี้ ก็ยังไม่สำนึก ยังคงสร้างเวรสร้างกรรมต่อไป
คนอย่างนี้พระท่านเรียกว่า สว่างมาแต่มืดไป (ไปอเวจีมหานรก)







