
ประท้วงเขมรเสริมทัพชายแดน
กองทัพภาค 2 ประท้วงกัมพูชาเสริมกำลังชายแดนผิดข้อตกลงไม่สร้างความหวาดระแวงต่อกัน
กองทัพภาค 2 ประท้วงกัมพูชาเสริมกำลังชายแดนผิดข้อตกลงไม่สร้างความหวาดระแวงต่อกัน
กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำหนังสือประท้วงกองทัพกัมพูชา เนื่องจากมีการเพิ่มเติมเสริมกำลังทหาร ซึ่งผิดขัอตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชาได้ลงนามข้อตกลงกันก่อนหน้านี้ว่า จะไม่สร้างความหวาดระแวงต่อกัน ด้วยการเสริมกำลังทหารบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ช่วงศาลโลกพิพากษาตัดสินคดีพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วันที่ 11 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังเฉพาะกิจที่ 1 กกล.สุรนารี ตรวจพบว่าทหารกัมพูชามีการนำรถยนต์ทางทหารบรรทุกทหาร จำนวน 42 คัน เข้ามาในบริเวณแนวรบพระวิหาร โดยมีการคลุมผ้าพลาสติกสิ่งของบนรถทหารด้วย อย่างไรก็ตามทางกัมพูชาชี้แจงโดยอ้างว่า เป็นการบรรทุกทหารและของแจกจากนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา และนางบุนรานี ภริยาของนายฮุนเซน ให้นำมาแจกทหารและครอบครัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ
นอกจากนี้ ทางกัมพูชาอ้างว่า พ.อ.ฮุน มานิต รองเจ้ากรมข่าวทหาร บก.ทหารสูงสุด ลูกชายอีกคนของนายฮุนเซน ปรากฏตัวบริเวณชายแดนเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา นำเครื่องอุปโภคบริโภคจากนายฮุนเซน บิดา และของนางบุนรานี มารดา ไปมอบให้แก่กำลังพล ทหาร และครอบครัวกำลังพลที่ประจำการในพื้นที่ส่วนหน้า ทั้งในพื้นที่ จ.อุดรมีชัย และพระวิหาร โดยมี พล.อ.เจีย ดารา รอง ผบ.ทหารสูงสุด ซึ่งเป็น ผบ.ยุทธบริเวณกัมพูชาไทย ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 และ พล.อ.สรัย ดึก รอง เสธ.ร่วม บก.ทหารสูงสุด ร่วมด้วย
ขณะที่ชาวกัมพูชาทะลักชายแดนไทยกัมพูชา จับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่บริเวณด่านช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ด่านช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และที่ด่านช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อนำสินค้าไปกักตุน เนื่องจากหวั่นวิตกว่าหลังศาลโลกพิพากษาตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร อาจจะทำให้สงครามชายแดนปะทุขึ้นมาอีกครั้ง







