
ยิ่งลักษณ์ถอยเปิดทางวุฒิสภาคว่ำสุดซอย
หลังจากโดนกระแสต่อต้านอย่างหนักให้คว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล่าสุด วันที่ 5 พ.ย. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ต่างแถลงยืนยันในทำนองยอมรับให้วุฒิสภาโหวตคว่ำกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 11 พ.ย.
หลังจากโดนกระแสต่อต้านอย่างหนักให้คว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล่าสุด วันที่ 5 พ.ย. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ต่างแถลงยืนยันในทำนองยอมรับให้วุฒิสภาโหวตคว่ำกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 11 พ.ย.
“ดิฉันขอเสนอว่าให้วุฒิสภา โดย สว. ซึ่งเป็นผู้มาจากแต่งตั้ง เลือกตั้ง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ได้กรุณาใช้ดุลพินิจอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบกันดีว่าวุฒิสภาก้าวก่ายไม่ได้ ให้ สว. คำนึงถึงพื้นฐานปรองดองเมตตาธรรมกับผู้เดือดร้อน เจ็บปวดมานาน และคำนึงถึงประโยชน์ประเทศเป็นหลัก จะไม่เห็นด้วยหรือจะยับยั้งกฎหมาย หรือแก้ไขอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสภาที่ลงมติผ่านจะยอมรับด้วยเหตุผล ตามครรลองประชาธิปไตยระบบรัฐสภา” ยิ่งลักษณ์ แถลงที่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องการนิรโทษกรรมนั้นในข้อเท็จจริงหลายประเทศที่มีความขัดแย้งรุนแรงกว่าก็ได้มีการนิรโทษกรรมกันมาก่อน ประเทศไทยต้องนำมาศึกษาเพื่อหาทางออกที่ต้องพิจารณาร่วม โดยทุกฝ่ายให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อความขัดแย้งลดลง ในอดีตมีประชาชนนับร้อยและอีกหลายพันคนที่ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น การนิรโทษกรรมไม่ได้หมายความว่าให้ลืมบทเรียนอันเจ็บปวด ทุกคนต้องเรียนรู้ เข้าใจ ร่วมทำให้ประเทศเดินหน้า บ้านเมืองสงบ การอภัยต้องปราศจากอคติ ไม่ใช้อารมณ์เพื่อไม่ให้ลูกหลานมาติดหล่มความขัดแย้งต่อไป
“ดิฉันไม่อยากเห็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้ง มีเจตนาล้มล้างรัฐบาลและระบอบประชาธิปไตย โดยพยายามขยายความว่าเป็นกฎหมายการเงิน ดิฉันต้องลงนาม ซึ่งดิฉันไม่เคยลงนามใดๆ เลย อีกทั้งบอกว่าเป็นกฎหมายที่ล้างความผิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นคนละประเด็น เพราะกฎหมายฉบับนี้มีเจตนาเพื่อลบล้างผลพวงทางการเมือง การรัฐประหารที่ไม่อยู่ในหลักนิติธรรม ผู้ที่ถูกกระทำต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน” นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลนี้จะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประชาชน จะไม่ใช้เสียงข้างมากมาฝืนความรู้สึกของประชาชน โดยจะฟังทั้งเสียงข้างมากและเสียงผู้ที่เห็นต่างด้วย จะทำหน้าที่ภายใต้นิติธรรมประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดคิด หยุดกระทำที่จะสร้างความแตกแยกในขณะนี้ เพราะการนำเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นการดำเนินการตามกระบวนการภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงหลังประชุมกรรมการบริหารพรรค ว่า พรรคได้ปรึกษาพรรคร่วมรัฐบาลและมีความเห็นว่าขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาวุฒิสภาแล้ว ก็ต้องเคารพการตัดสินใจวุฒิสภาและยุติความขัดแย้งต่างๆ
“เรายอมรับผลการตัดสินทั้งหมดที่วุฒิสภาจะพิจารณากลับไปสู่ภาวะปกติ ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ทุกคนอยากเห็น ใครสร้างความเสียหาย เรายอมรับการตัดสินวุฒิสภาที่จะเกิดขึ้นจากนี้ต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นความงดงามในประชาธิปไตย ทั้งนี้ เชิญชวนประชาชนสร้างความสงบสุข สร้างความถูกต้อง” ภูมิธรรม กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าหากวุฒิสภาตีกลับมายังสภาจะยืนยันร่างแรกอยู่หรือไม่ ภูมิธรรม ตอบว่า อยากเห็นบ้านเมืองเข้าสู่โหมดปรองดองในขณะนี้ ส่วนจะไม่ยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อไปอีกหรือไม่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ ไม่ต้องการให้สังคมเกิดความวุ่นวาย โดยพรรคพร้อมถอยให้คุยกันได้
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวว่า จะทำหนังสือเป็นภาษาอังกฤษไปยังสถานทูต 9 แห่ง เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ยื่นหนังสือต่อสถานทูตสวีเดนคัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เป็นเพียงรัฐบาลจะบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกคณะปฏิวัติทำอะไรไว้บ้างเท่านั้น
ด้าน อํานวย คลังผา สส.ลพบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีการล้มล้างคดีทุจริตนั้น อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย







