
ทีวีแดงแบนรายการแดงยกแผง
ปิดปากตู่หนูหริ่งค้านนิรโทษสุดซอยพท.ถกด่วนรับมือ
ปิดปากตู่หนูหริ่งค้านนิรโทษสุดซอยพท.ถกด่วนรับมือ
ทีวีเสื้อแดงสั่งโละรายการ จตุพรสมบัติณัฐวุฒิธิดา ฐานค้านนิรโทษกรรมสุดซอย
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งผู้อำนวยสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเชีย อัพเดท หรือทีวีแดง ว่า ได้ระงับรายการ “ประชาชน 3.0” ที่ตัวเองดำเนินรายการอยู่ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลว่าเพื่อต้องการลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสถานี ซึ่งมีทั้งสนับสนุนและคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงได้มีการปรับผังรายการใหม่ โดยตัดรายการในส่วนของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยออก
ทั้งนี้ รายการที่ถูกตัดออก ประกอบด้วย รายการอยากมีเรื่อง (ให้คิด) ดำเนินรายการโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รายการชูธง ดำเนินรายการโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และรายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้าเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินรายการโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
“รู้สึกว่าเป็นเกมที่จะผลักดันให้ไกลกันขึ้นไปเรื่อยๆ และอยากฝากไปยังพรรคเพื่อไทย และทางสถานีเอเชียอัพเดทว่า ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่าเรายังอยู่ในขบวนประชาธิปไตยหรือเปล่า ยังเชื่อสถานีปลายทางประชาธิปไตยอยู่ไหม และจะเป็นการเรียกแขกในวันที่ 10 พ.ย. ที่ผมจะชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ราชประสงค์” นายสมบัติ กล่าว
ด้านนางธิดา กล่าวว่า วันนี้คนเสื้อแดงก็ไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดแล้ว แต่เป็นมวลชนที่ก้าวหน้า เป็นตัวของตัวเองทางการเมือง พร้อมต่อสู้เพื่อให้ประเทศนี้ดีขึ้นกว่าเดิม
“วันนี้นักการเมืองยังอยู่ที่เดิม และพรรคเพื่อไทยไม่อาจเป็นพรรคมวลชนที่ก้าวหน้า วันนี้มาถึงยุคที่ผู้สนับสนุนก้าวหน้าแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องการการนำแบบเดี่ยวแบบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” นางธิดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเรียกมวลชนได้มาก เพราะประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับความขัดแย้ง และไม่ต้องการความวุ่นวาย
“นปช.เองก็เช่นกัน อย่าคิดว่าแกนนำสั่งแล้วประชาชนจะออกมาได้ เราต้องมีเหตุผลสอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะประชาชนจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือในการต่อรองให้ใคร วันนี้ประชาชนเสื้อแดงไม่เหมือนเดิม” นางธิดา กล่าว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาขึ้นเวทีที่สถานีรถไฟสามเสน โดยกล่าวโจมตีและนำเอาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาบังหน้า สุดท้ายเป็นเพียงการจัดม็อบเต็มรูปแบบของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น โดยไม่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา
ขณะเดียวกันมีการระดมประชาชนมาจากหลายพื้นที่ ถือเป็นการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย พรรคเพื่อไทยจึงขอเตือนว่าอย่ามีการยั่วยุจนเกิดความรุนแรง ซึ่งหากเหตุการณ์บานปลายนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า วันที่ 4 พ.ย. หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมรัฐสภาในการลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ทางพรรคเรียกประชุม สส.เพื่อรับมือสถานการณ์การเมือง รวมถึงกำชับให้ สส. ในพื้นที่ลงไปทำความเข้าใจและชี้แจงต่อประชาชนถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่มาก ซึ่งจำเป็นต้องชี้แจงโดยเร็ว







