
ปชป.จ่อขยายเวทีชุมนุมค้านกม.นิรโทษ
พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขยายเวทีชุมนุมค้าน พ.ร.บ.นิรโทษ ทั่วประเทศ ด้านวิทยา ประกาศจัดม็อบคู่ขนานสามเสน ส่วนที่เวทีสงขลาเริ่ม คนทยอยร่วมนับพัน
พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขยายเวทีชุมนุมค้าน พ.ร.บ.นิรโทษ ทั่วประเทศ ด้าน วิทยา ประกาศจัดม็อบคู่ขนานสามเสน ส่วนที่เวทีสงขลาเริ่ม คนทยอยร่วมนับพัน
บรรยากาศของการชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 2 แกนนำการชุมนุมประท้วงได้เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อตรวจสอบความพร้อม มีการปรับเวที เครื่องเสียง เต็นท์สำหรับผู้เข้าชุมนุม เนื่องจากหวั่นฝนตกลงมา มีตำรวจภูธร และ ตชด. 42 จำนนวน 2 กองร้อย ปักหลักเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย โดยแต่งเครื่องแบบพร้อมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ตั้งศูนย์อำนวยการอยูที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ ซึ่งรั้วศาลากลางด้านนี้ปิดประตูทั้งหมด และไม่ได้เดินมาปรากฏตัวให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณด้านหน้าศาลากลางหลังเก่า ได้เห็น ขณะที่ชุด อาสาสมัครรักษาดินแดน 1 กองร้อย ได้พร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้าศาลากลางหลังเก่า ซึ่งเป็นจุดตั้งเวทีของกลุ่มผู้ชุมนุม และดูแลความปลอดภัยโดยรอบ ทำให้บรรยากาศตั้งแต่เมื่อคืนไม่ได้สร้างความรู้สึกกดดันหรือเคร่งเครียดแต่อย่างใด ส่วนเส้นทางต่าง ๆ ได้มีตำรวจคอยตรวจตรา ป้องกันการนำอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย ที่อาจก่อความวุ่นวายในสถานที่ชุมนุม ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้ามานั่งพักที่ลานต้นไม้ใกล้เวทีปราศรัยแล้วจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่มากนัก ส่วนใหญ่มาจากต่างอำเภอ
ด้าน นายวิทยา แก้วภราดัย สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ซึ่งมาดูแลความเรียบร้อยก่อนการเปิดเวทีในช่วงเย็นวันนี้กล่าวว่า เวทีที่นครศรีธรรมราช เป็นเวทีที่ 2 ต่อจากกรุงเทพฯ และจะดำเนินการคู่ขนานกับเวทีทึ่สามเสน วันนี้จะเปิดเวทีเพิ่มที่จังหวัดสงขลา หลังจากนี้จะขยายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั้งในภาคใต้และภาคอื่น ๆ ซึ่งเวทีที่เปิดขึ้น มุ่งชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจและคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรม ที่ขณะนี้ผ่านวาระ 3 ของสภาเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นการกระทำที่รวบรัด ในเรื่องกฎหมายที่ผ่านในสภาเป็นที่ประจักษ์ของคนทั้งประเทศ ว่าเป็นการกระทำที่การรวบรัด
บรรยากาศความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ จ.สงขลา บริเวณเวทีสี่แยกพระพุทธศรีสงขลานครินทร์ ถนนราชดำเนินตัดถนนปละท่า ซึ่งอยู่ข้างศาลากลางจังหวัด และเป็นสถานที่ที่ทางจังหวัดกำหนดให้เป็นพื้นที่ชุมนุม โดยมีการปิดถนนประท่าหนึ่งช่องจราจร เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาหลั่งไหลเข้ามาร่วมลงนามคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรม พร้อมฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีประชาชน นักเรียน นักศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังพร้อมส่งเสียงสนับสนุนการคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรมนับพันคน
ขณะที่มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ทางจังหวัดได้กั้นพื้นที่ศาลากลางเป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดมีการปิดประตูทางเข้าออกศาลากลางทั้ง 3 จุด ปิดถนนราชดำเนินหน้าศาลากลาง ตั้งแต่สี่แยกพระพุทธไปจนถึงหน้าเทศบาลนครสงขลา โดยนำแผงเหล็กมาปิดกั้นสองชั้น บริเวณหัวถนนทั้งสองด้าน ห้ามรถทุกชนิดผ่าน ส่วนภายในศาลากลางมีการนำรั้วลวดหนามมากั้นโดยรอบ นอกจากนี้ มีการจัดกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนและกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกว่า 300 นาย มาควบคุมสถานการณ์ และทางกองบังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ยังจัดเตรียมกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนกองร้อยที่ 4 อีก 1 กองร้อย จำนวน 155 นาย เพื่อเตรียมพร้อมเข้ามาสมทบ หากมีการดาวกระจายไปชุมนุมตามสถานที่สำคัญต่างๆในจ.สงขลาสำหรับการชุมนุมต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมที่ จ.สงขลา จะมีการชุมนุมทุกวันตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป







