posttoday
ใครได้ประโยชน์

ใครได้ประโยชน์

31 ตุลาคม 2556

เป็นที่ถกเถียงกันมานานหลายเดือนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สมควรจะลดโครงการคิวอี 3 ได้แล้วหรือไม่ กระแสหนึ่งบอกว่าควรจะประกาศลดได้แล้ว เพราะยิ่งใช้ก็ยิ่งทำให้ตลาดทุนเคยตัวกับเงินที่ออกมาง่ายๆ จากเฟด หรือที่เรียกกันว่า Cheap Money ที่ไหลเข้าสู่ตลาดทุนและทำให้นักลงทุนแห่เข้าตลาดเก็งกำไรกันยกใหญ่ และเงินจากเฟดนี่เองที่ทำให้ตลาดทุนสหรัฐฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่วิกฤตการเงินในปี 2008

เป็นที่ถกเถียงกันมานานหลายเดือนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สมควรจะลดโครงการคิวอี 3 ได้แล้วหรือไม่ กระแสหนึ่งบอกว่าควรจะประกาศลดได้แล้ว เพราะยิ่งใช้ก็ยิ่งทำให้ตลาดทุนเคยตัวกับเงินที่ออกมาง่ายๆ จากเฟด หรือที่เรียกกันว่า Cheap Money ที่ไหลเข้าสู่ตลาดทุนและทำให้นักลงทุนแห่เข้าตลาดเก็งกำไรกันยกใหญ่ และเงินจากเฟดนี่เองที่ทำให้ตลาดทุนสหรัฐฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่วิกฤตการเงินในปี 2008

ขณะที่อีกกระแสในทางตรงกันข้ามก็ยังมองว่าเฟดยังไม่สมควรลดคิวอีแต่อย่างใด เพราะว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่แข็งแกร่งพอ โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีการว่างงานที่แม้ว่าลดลงมาเรื่อยๆ แล้วแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจนัก ซึ่งในปัจจุบันดัชนีการว่างงานของสหรัฐอยู่ที่ 7.2% ขณะที่ในช่วงปี 2009 นั้นดัชนีการว่างงานของสหรัฐสูงเกือบ 10%

หากวิเคราะห์กันตรงๆ ถามว่าใครได้ผลประโยชน์จากเฟดมากที่สุด ก็ต้องมองไปที่วัตถุประสงค์ของการใช้นโยบายคิวอีของเฟดเสียก่อน การหว่านเงินลงสู่ระบบการเงินของเฟดผ่านการเข้าซื้อคืนพันธบัตรตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2008 เป็นต้นมานั้น มีขึ้นเพื่อกดให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมในระบบต่ำลง เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนกู้ยืมกันได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจต่างๆ ในสหรัฐกลับสู่สภาพเดิม และการจ้างงานก็น่าจะกลับมาสู่สภาพเดิม

แต่ทว่าที่ผ่านมานั้น เห็นได้ชัดว่าแรงงานสหรัฐเป็นคนสุดท้ายที่จะได้รับผลประโยชน์ เงินที่เฟดหว่านลงมาสู่ระบบการเงินนั้นจำนวนไม่น้อยที่ไปกระจุกอยู่ที่นายทุนที่เลือกจะนำเงินเหล่านั้นไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นหรือตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีข้อมูลว่าการจ้างงานในสหรัฐนั้นกระเตื้องขึ้นไม่มากดังที่ธนาคารกลางสหรัฐหวังไว้เสียเท่าไหร่

นั่นเป็นเพราะว่า เอกชนสหรัฐในช่วงหลังวิกฤตการเงินปี 2008 ยังมุ่งเน้นการทำกำไรด้วยการใช้นโยบายคุมค่าใช้จ่าย อีกทั้งการจ้างงานที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงการจ้างงานในตำแหน่งชั่วคราว ไม่ใช่งานถาวร

นั่นจึงทำให้การลดปัญหาการว่างงานตามที่เฟดตั้งใจนั้นเป็นไปอย่างช้ามาก แต่ทว่าเฟดซึ่งน่าจะรู้ดีถึงปัญหาเหล่านี้กลับยังใช้ปัญหาการว่างงานเป็นบรรทัดฐานที่จะตัดสินว่าจะลดหรือไม่ลด จะใช้ต่อหรือไม่ใช้นโยบายคิวอี

เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อยครับ ว่าแท้จริงแล้วการใช้นโยบายคิวอีของสหรัฐนั้น อาจจะหวังผลข้างเคียงมากกว่าการแก้ปัญหาว่างงานหรือไม่ เพราะตั้งแต่คิวอีครั้งที่ 1 มูลค่า 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ครั้งที่ 2 ในปี 2010 มูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และครั้งที่ 3 มูลค่า 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนในปัจจุบันนั้น ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่ก็คือกลุ่มนายทุน ไม่ใช่ประชาชนชาวสหรัฐที่ตกงาน

เฟด กำลังช่วยคนตกงานหรือช่วยคนรวย ก็เป็นเรื่องน่าคิดครับ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69