
ฟรีวีซ่าจีนต้องรอบคอบ
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยพยายามประกาศผลสำเร็จในการเจรจาหลายด้าน โดยเฉพาะการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ความร่วมมือระดับรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่เชื่อมโยงกับการชำระค่าใช้จ่ายด้วยสินค้าเกษตร
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยพยายามประกาศผลสำเร็จในการเจรจาหลายด้าน โดยเฉพาะการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ความร่วมมือระดับรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในไทยที่เชื่อมโยงกับการชำระค่าใช้จ่ายด้วยสินค้าเกษตร
จนเจ้าหน้าที่ทางการจีนถึงกับออกปากว่า ไทยเป็นชาติแรกในโลกที่จีนยอมให้มีการนำสินค้าเกษตร เช่น ข้าว มาแลกกับการสร้างระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้ไทย หรือมักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า ข้าวแลกรถไฟ
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังประกาศว่า จีนจะซื้อข้าวเพิ่มจากไทยแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นปีละ 1 ล้านตัน ระยะเวลา 5 ปี รวม 5 ล้านตัน จากปกติที่จะซื้อเพียงปีละ 2 แสนตัน
แต่ทว่าไม่มีของฟรีในโลก ข้อตกลงข้างต้นนอกจากจะทำให้จีนมีแนวโน้มได้ลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทยในเส้นทางกรุงเทพฯหนองคายแล้ว จีนยังรุกให้ไทยยกเลิกการตรวจลงตราเข้าประเทศ (ฟรีวีซ่า) สำหรับคนจีนที่จะเดินทางเข้าไทยอีกด้วย
สาเหตุที่จีนต้องการให้ไทยเปิดฟรีวีซ่านั้น เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีเป็นหลัก เพราะจีนเห็นว่าไทยเปิดฟรีวีซ่าให้กับญี่ปุ่นที่กำลังมีข้อพิพาทอยู่กับจีน ในฐานะประเทศยักษ์ใหญ่ จีนจึงยอมไม่ได้ ต้องการให้ไทยเปิดฟรีวีซ่าให้จีนด้วย
สำหรับประเทศไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากฟรีวีซ่าที่จะให้จีนเลย โดยเฉพาะปัจจุบัน แม้จะไม่มีฟรีวีซ่า คนจีนก็เดินทางเข้าไทยอย่างทะลักทลาย จนถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยถึงปีละ 4 ล้านคน จนเกิดปัญหาหลายอย่างตามมา
ปัญหาที่ว่ามีตั้งแต่การขาดแคลนในด้านต่างๆ เช่น ขาดแคลนไกด์ หรือพนักงานตามโรงแรมหรือร้านอาหารที่รู้ภาษาจีน ปัญหาการแย่งชิงห้องพักโรงแรม ร้านอาหาร จนก่อให้เกิดความเอือมระอาต่อนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ทั้งนักท่องเที่ยวยุโรป หรือชาติอื่นในเอเชีย
ยังไม่นับรวมปัญหาด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการหนีเข้ามาพำนักและทำงานในไทย ซึ่งยากต่อการควบคุมมาก และปัญหานี้กำลังเกิดกับประเทศญี่ปุ่นที่เปิดฟรีวีซ่าให้กับหลายชาติ เพียงไม่กี่เดือนผ่านไป คนในชาติเหล่านั้นก็ใช้ฟรีวีซ่าเป็นช่องทางในการเข้าไปพำนักและทำงานในญี่ปุ่น จนญี่ปุ่นต้องหามาตรการควบคุม
การเปิดฟรีวีซ่าให้จีนนั้น รัฐบาลจึงต้องศึกษาถึงผลดีผลเสียให้หนัก และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงสำหรับประเทศไทย







