
พักหนี้เกษตรกร
โครงการพักชำระหนี้เกษตรกรเป็นนโยบายประชานิยมตั้งแต่สมัย พ.ต.อ.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
โครงการพักชำระหนี้เกษตรกรเป็นนโยบายประชานิยมตั้งแต่สมัย พ.ต.อ.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เริ่มดำเนินการครั้งแรกปี 2544 โดยมีเงื่อนไขช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ประสบปัญหาด้านหนี้สินให้ได้รับการพักชำระหนี้เวลา 3 ปี ยอดหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท
ครั้งแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2544-วันที่ 31 มี.ค. 2547 ปรากฏว่ามีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2,309,966 ราย มีต้นเงินกู้คงเป็นหนี้รวม 94,328 ล้านบาท รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 5.5 หมื่นล้านบาท
ต่อมาสมัย นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ปัดฝุ่นโครงการพักชำระหนี้กลับมาอีกครั้ง รอบนี้กำหนดพักหนี้ 2 ปี วงเงินกู้ไม่เกิน 1 แสนบาท มีผู้เข้าร่วมโครงการ 336,633 ราย ยอดเงินกู้คงค้าง 17,990 ล้านบาท
พอถึงช่วงปี 2554 รัฐบาลได้อนุมัติโครงการพักชำระหนี้ 3 ปีอีกครั้ง เงื่อนไขยอดหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาท มีลูกหนี้ 639,589 ราย มูลหนี้ 77,753 ล้านบาท ปรากฏว่ารัฐบาลจ่ายค่าชดเชยดอกเบี้ยให้ 14,194 ล้านบาท
ช่วงปี 2555 (2 พ.ค. ส.ค. 2555) รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จัดโครงการพักชำระหนี้ 3 ปีอีกครั้ง เงื่อนไขเดิม คือ หนี้คงค้างไม่เกิน 5 แสนบาท มีผู้มาลงทะเบียน 2.75 ล้านราย เป็นมูลหนี้ 3.11 แสนล้านบาท
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2556 คณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีมติเห็นชอบโครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท ผ่านสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร โดยตั้งงบประมาณระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2558 จำนวน 3,684 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าโครงการพักชำระหนี้เป็นยาสามัญประจำบ้านที่รัฐบาลนำมาซื้อใจประชาชนคนระดับฐานรากที่มีปัญหาแทบทุกครั้งไป
ล่าสุด ในเดือน ส.ค. 2556 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รายงานผลการดำเนินโครงการพักหนี้ ว่า คงเหลือเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1,701,025 ราย ยอดเงินรวม 183,801 ล้านบาท







