
ยอดบริษัทเจ๊งก.ย.พุ่ง 5 % รวม 9 เดือนกิจการปิด 2%
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจที่หลายสำนักทยอยออกมาปรับลดคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน ภาคธุรกิจของไทยก็มีความผันผวนไม่แพ้กัน โดยมีทั้งรายที่เกิดใหม่และรายที่ไปต่อไม่ไหวจนต้องเลิกกิจการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ยังเชื่อว่ายอดจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ตลอดปี 2556 จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์แน่นอน ขณะเดียวกัน มีผลสำรวจผู้บริหารต่างชาติของบริษัทชั้นนำเกี่ยวกับประเทศเป้าหมายที่น่าลงทุนในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ที่พบว่าประเทศไทยไม่ติดโผ
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจที่หลายสำนักทยอยออกมาปรับลดคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน ภาคธุรกิจของไทยก็มีความผันผวนไม่แพ้กัน โดยมีทั้งรายที่เกิดใหม่และรายที่ไปต่อไม่ไหวจนต้องเลิกกิจการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ยังเชื่อว่ายอดจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ตลอดปี 2556 จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์แน่นอน ขณะเดียวกัน มีผลสำรวจผู้บริหารต่างชาติของบริษัทชั้นนำเกี่ยวกับประเทศเป้าหมายที่น่าลงทุนในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ที่พบว่าประเทศไทยไม่ติดโผ
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนนิติบุคคลเลิกกิจการทั่วประเทศเดือน ก.ย. 2556 มี 1,450 ราย เพิ่มขึ้น 5% เทียบกับ ก.ย. 2555 เพิ่มขึ้น 16% เทียบกับ ส.ค. 2556 โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ ก.ย. 7,468 ล้านบาท ส่งผลให้การจดทะเบียนนิติบุคคลเลิกกิจการช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) 2556 มี 9,489 ราย ลดลง 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ขณะที่การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่เดือน ก.ย. 2556 มีจำนวน 5,622 ราย เพิ่มขึ้น 3% เทียบกับ ก.ย. 2555 แต่ลดลง 11% เทียบกับ ส.ค. 2556 มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือน ก.ย. 1.83 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 9 เดือน ปี 2556 มีจำนวน 5.47 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 17% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเทียบกับการจดทะเบียนเลิกกิจการมีอัตรา 4 ต่อ 1 ถือว่าอยู่ในระดับปกติ แต่ที่จดทะเบียนจัดตั้งเดือนนี้มีไม่มาก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนนี้จะมีธุรกิจมาจดทะเบียนค่อนข้างน้อย แต่เชื่อว่ายอดจดทะเบียนตั้งใหม่ปีนี้จะมีถึง 7 หมื่นราย หรือสูงสุดเป็นประวัติการณ์แน่นอน เพราะรัฐบาลมีโครงการที่เป็นนโยบายสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางภาคธุรกิจทั้งมาตรการให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพนานาชาติ มาตรการภาษีเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นต้น ส่วนสาเหตุที่มีการจดทะเบียนเลิกกิจการมาจากสาเหตุไม่ได้ประกอบกิจการจากการขาดทุนและหุ้นส่วนมีปัญหา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ได้ติดตามการจดทะเบียนค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยพบว่าในเดือน ก.ย. มีการจดทะเบียนกิจการค้าสลากทั้งหมด 124 ราย ซึ่ง 113 ราย มีการจดทะเบียนอยู่ในช่วงวันที่ 1-15 ก.ย. หรือเกิดขึ้นก่อนที่ได้สั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้มาตรการขอเอกสารตัวจริง เพื่อแสดงที่ตั้งการค้ากิจการค้าสลากตั้งแต่วันที่ 16-30 ก.ย. มีการขอจดทะเบียนเพียง 11 ราย เท่านั้น และยังมีเรื่องตกค้างอีก 91 ราย ที่รอการตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจน เชื่อว่าหลังใช้มาตรการดังกล่าวจะทำให้การค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลมีความชัดเจนและรัดกุมมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังได้ตรวจสอบธุรกิจที่ประกอบกิจการส่งออก พบว่าในเดือน ก.ย. มีจดทะเบียนเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกจัดตั้งใหม่ 295 ราย ส่วนจดทะเบียนเลิกกิจการส่งออกมี 41 ราย หรือมีสัดส่วน 7 ต่อ 1 โดยที่จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจส่งออกใหม่ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้น มองว่าสถานการณ์ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อช่วงต้นปีได้คลี่คลายปัญหาแล้ว โดยส่วนใหญ่ที่จดทะเบียน เพราะไม่ได้ประกอบกิจการและประสบภาวะขาดทุน
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดในพื้นที่ประเทศไทย 38 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีจังหวัดที่น้ำท่วมอยู่ 28 จังหวัด ที่เหลือสถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ได้สั่งการให้กรมเตรียมมาตรการผ่อนผันส่งงบบัญชีไว้ก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการหากจำเป็นต้องใช้มาตรการช่วยเหลือ แต่เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่พบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ปัจจุบันมีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการทั่วประเทศ 5.61 แสนราย มีทุนจดทะเบียนรวม 10.80 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 3.81 แสนราย บริษัทมหาชน 1,034 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 1.79 แสนราย







