
ส่งกฟผ.ผลิตไฟฟ้าในพม่าป้อนไทย1หมื่นเมกะวัตต์
รัฐบาลดึง “ราชบุรีเอ็กโก” ร่วมทุนโรงไฟฟ้าพม่า ผลิตขายไทยเพิ่มอีก 1 หมื่นเมกะวัตต์
รัฐบาลดึง “ราชบุรีเอ็กโก” ร่วมทุนโรงไฟฟ้าพม่า ผลิตขายไทยเพิ่มอีก 1 หมื่นเมกะวัตต์
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยและพม่าได้หารือเพื่อจัดทำกรอบข้อตกลงความร่วมมือซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ โดยจะขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากพม่าเพิ่มอีก 1 หมื่นเมกะวัตต์ ผ่านโครงการลงทุน 2 โครงการ คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำสาละวิน มายตง มีกำลังการผลิต 7,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินทวาย 3,000 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190รัฐบาลไทยต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน
ก่อนหน้านี้ไทยมองถึงศักยภาพการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนท่าซาง เขตรัฐฉาน ในพม่าไว้ แต่มีความเป็นได้ยากที่จะเดินหน้าโครงการนี้ เพราะมีอุปสรรคด้านข้อตกลงกับกลุ่มผู้รับสัมปทานเดิม
ดังนั้น รัฐบาลพม่าคงตัดสินใจเร่งเจรจาขายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้ามายตงแทน ซึ่งขณะนี้ได้เร่งรัดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เจรจารายละเอียด เพื่อจัดทำข้อตกลงสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) โดยเร็วที่สุด
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้ามายตงนั้น มีจีนเป็นผู้ถือหุ้นหลักและเป็นรายเดียวกับที่พัฒนาเขื่อนแยงซีเกียงคือ บริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น และจีซอสเซส โดยไทยจะถือหุ้น 30%
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่าในเบื้องต้นจะให้บริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง บริษัทลูกของ กฟผ.เข้าไปร่วมทุน หากตกลงกันได้โครงการดังกล่าวจะใช้เวลาพัฒนา 10-12 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของไทยแล้ว ยังสามารถผันน้ำในช่วงหน้าแล้งมายังเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ได้ด้วย
ด้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทวายกำลังการผลิต 3,000 เมกะวัตต์ ต้องรอรัฐบาลพม่าออกกฎหมายประกาศให้ทวายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษก่อน
ขณะนี้จึงเป็นเพียงการหารือเท่านั้น โดยมีแผนให้บริษัท ผลิตไฟฟ้า (เอ็กโก) เข้าร่วมทุนด้วย
ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาของสองประเทศร่วมกัน โดยเฉพาะพม่าที่อยู่ระหว่างการพัฒนาประเทศมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
สำหรับไทยมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกปี สอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำและถ่านหินจะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ต่ำ และยังเป็นการเชื่อมโยงระบบสายส่งอาเซียน (อาเซียน พาวเวอร์ กริด) ที่ได้ตกลงความร่วมมือไว้ได้อีกด้วย







