
สระแก้วจมบาดาลอ่างสียัดน้ำล้น-ชัยภูมิผวาจระเข้โผล่งับ
มวลน้ำมหาศาลจากเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ไหลบ่าเอ่อท่วมพื้นที่ จ.สระแก้ว 4 อำเภอ คือ อ.วังสมบูรณ์ วังน้ำเย็น เขาฉกรรจ์ และเมืองสระแก้ว โดยเฉพาะถนนสายหลักหมายเลข 317 จันทบุรีสระแก้ว บริเวณบ้านเขาแหลม อ.วังสมบูรณ์ น้ำท่วมถนนสูงประมาณ 1 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 700 เมตร รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ นอกจากนี้มวลน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมถนนตัดใหม่สายอรัญประเทศเขาหินซ้อน บริเวณบ้านสระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้
มวลน้ำมหาศาลจากเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ไหลบ่าเอ่อท่วมพื้นที่ จ.สระแก้ว 4 อำเภอ คือ อ.วังสมบูรณ์ วังน้ำเย็น เขาฉกรรจ์ และเมืองสระแก้ว โดยเฉพาะถนนสายหลักหมายเลข 317 จันทบุรีสระแก้ว บริเวณบ้านเขาแหลม อ.วังสมบูรณ์ น้ำท่วมถนนสูงประมาณ 1 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 700 เมตร รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ นอกจากนี้มวลน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมถนนตัดใหม่สายอรัญประเทศเขาหินซ้อน บริเวณบ้านสระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้
ขณะที่ ถนนสายหลัก ทางหลวงหมายเลข 33 สระแก้วกบินทร์บุรี บริเวณศูนย์มาสด้า เขตเทศบาลเมืองสระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 80 ซม. ซึ่งเป็นถนน 4 เลน รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ทั้ง 4 เลน ทำให้ขณะนี้ จ.สระแก้วเหมือนถูกตัดขาด ถนนทุกเส้นทางที่จะออกจาก จ.สระแก้ว ไม่สามารถวิ่งออกไปได้ นอกจากนี้รถยนต์ที่มาจาก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และจาก อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จะเข้า จ.สระแก้ว ก็ไม่สามารถมาได้แล้วเช่นกัน
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเดินทางไปเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ได้สั่งกำชับให้ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าไปดูแลพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในขณะนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่มีปริมาณน้ำมาก และยังได้ให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนชัยนาท และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างใกล้ชิด
ทางด้าน อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา มวลน้ำป่าเขตรอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ไหลทะลักท้ายเขื่อนวันละกว่า 44 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลทำให้อ่างเก็บน้ำใกล้วิกฤต คาดไม่เกินวันที่ 7 ต.ค.นี้ น้ำล้นสปิลเวย์ เตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตอนล่างอพยพไปอยู่ที่ปลอดภัย ขณะที่อ่างบริวารน้อยใหญ่รายรอบพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนมีน้ำล้นสปิลเวย์หมดแล้วทุกจุด
ทินกร รัตนพัวพันธ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองสียัด กล่าวว่า ขณะนี้มีน้ำอยู่ในอ่างเก็บน้ำคลองสียัดสูงถึง 391 ล้าน ลบ.ม.แล้ว หรือคิดเป็น 93% ของความจุขอบอ่างที่เสริมขอบยางสปิลเวย์แล้ว เมื่อเทียบกับวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น มีน้ำอยู่ในอ่างเพียง 290 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่วันที่ 4 ต.ค.มีน้ำเข้ามาอยู่ที่ 320 ล้าน ลบ.ม. แต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ต.ค. มีน้ำไหลเข้าสู่ท้ายเขื่อนวันเดียวสูงถึง 44 ล้าน ลบ.ม. จนขณะนี้ยังคงมีน้ำไหลลงต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งอ่างเก็บน้ำคลองสียัดยังคงเหลือพื้นที่ในการรองรับน้ำได้อีกเพียง 30 ล้าน ลบ.ม. ก็จะเต็มความจุที่ 420 ล้าน ลบ.ม. เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำแควระบมในเขตป่าต้นน้ำเหนือ จ.ฉะเชิงเทรา ล้นสปิลเวย์ จม อ.ราชสาส์น และบางคล้า เดือดร้อนทั่วหน้า
ด้าน ชาวบ้าน อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ นับร้อยคนแห่ไปดูน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนลำนางรองรอบ 30 ปี ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความจุมากถึง 121 ล้าน ลบ.ม. หลังจากมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำที่สะสมตามเทือกเขาในเขตป่าดงใหญ่ไหลลงมาสมทบกับน้ำต้นทุนในเขื่อน ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสูงเกินระดับกักเก็บประมาณ 12 ซม. จนล้นออกสปิลเวย์เฉลี่ย 8 ลบ.ม.ต่อวินาที ท่ามกลางกระแสข่าวลือสะพัดว่าสันเขื่อนลำนางรองร้าว แต่ สนธยา คุ้มชุ่ม นายช่างชลประทานอาวุโสโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนลำนางรอง ยืนยันว่า เขื่อนยังคงแข็งแรงไม่มีรอยร้าวตามที่มีข่าวลือ
ทางด้าน จ.ชัยภูมิ น้ำท่วมเริ่มลดลงแล้ว แต่ชาวบ้าน ต.บ้านค่าย อ.เมือง อยู่ด้วยความหวาดผวา พบจระเข้โผล่จากแม่น้ำชีไล่งับ หนีตายจ้าละหวั่นขณะไปกู้แห ส่วนชาวบ้านอีกรายเจอจระเข้ไล่งับแย่งถังอาหารขณะให้อาหารหมูที่ถูกน้ำท่วม ต้องวิ่งหนีตายสุดชีวิต
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้เร่งพร่องน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มเป็น 700 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากน้ำเหนือไหลมาสมทบเป็นจำนวนมาก และควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ในเกณฑ์ประมาณ 800 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมทั้งรับน้ำส่วนหนึ่งเข้าคลองระพีพัฒน์ ในเกณฑ์ประมาณ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อลดยอดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนมากนัก
ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้ประกาศเตือน วันที่ 6-7 ต.ค.นี้ ฝนตกหนักอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ จ.ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระมัดระวัง ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยน้ำท่วมคลี่คลาย 10 จังหวัด ยังท่วมอีก 28 จังหวัด ผู้เสียชีวิตรวม 34 คน







