
ปิดถนนสายเอเชียกดดันรัฐแก้ปัญหาข้าวตกต่ำ
เกษตรกรชาวอุตรดิตถ์ปิดถนนสายเอเชียร้องรัฐแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ล่าสุดสลายตัวแล้ว หลังนายกอบจ.ลับแลรับปากเจรจารัฐบาล 29 เม.ย.นี้
เกษตรกรชาวอุตรดิตถ์ปิดถนนสายเอเชียร้องรัฐแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ล่าสุดสลายตัวแล้ว หลังนายกอบจ.ลับแลรับปากเจรจารัฐบาล 29 เม.ย.นี้
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปลัง อ.ตรอน อ.พิชัย อ.ทองแสนขัน และ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ จำนวนกว่า 1,000 คน พร้อมด้วยรถอีแต๋น จำนวน 415 คัน ปิดถนนสายเอเซียที่ 11บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 81-82 ถนนสายพิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย สี่แยกบ้าน้ำอ่าง ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมายอมสลายการชุมนุมแล้ว หลังจากนายพีระศักดิ์ พอจิต นายกอบจ.อุตรดิตถ์ อาสานำปัญหาและข้อเรียกร้องความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปเจรจาพบปะพูดคุยกับดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลด้านเศรษฐกิจ ในวันที่ 29 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องทั้งในเรื่องของการขยายเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกทั้งหมด 7 จุด ในพื้นที่ อ.พิชัย อ.ตรอนและ อ.ทองแสนขัน รวมถึงเรื่องราคาข้าวเปลือกที่กลุ่มชาวนาต้องการ ข้าวเจ้า10% ความชื้นอยู่ที่ 25 ราคาตันละ 6,128 บวกเงินชดเชยที่รัฐจะให้อีก 2,790 บาท รวมเงินที่เกษตรกรจะได้ 8,918 บาท ส่วนข้าวเจ้า10% ความชื้น 30 บวกเงินชดเชยแล้วจะอยู่ที่ 8,377 บาท และจะเน้นย้ำกับภาครัฐในจังหวัดอุตรดิตถ์ให้เข้มงวดกับโรงสีที่รับซื้อข้าวให้รับซื้อตามราคาจริงที่รัฐบาลประกาศเอาไว้
โดยสิ่งที่สำคัญข้าวหากอยู่ในความชื้นที่ 27 % ก็จะให้มีการคิดราคาคงที่ ไม่คิดติดลบไปที่ 30% เมื่อได้ผลแล้วจะแจ้งให้ทราบภายในเย็นวันพรุ่งนี้ทันที ส่งผลทำให้กลุ่มเกษตรกรพึงพอใจและได้มีการแยกย้ายขับเคลื่อนรถอีแต๋นจำนวนกว่า 100 คัน ออกจากพื้นที่ปิดกันถนนบริเวณแยกวังสีสูบทันที โดยที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดเกิดขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกับการเจรจาครั้งนี้จึงประสบผลสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประท้วงได้เน้นย้ำว่าหากช่วงเย็นของวันที่ 29 เม.ย.นี้ได้รับฟังผลการเจรจาระหว่างนายพีระศักดิ์กับดร.ไตรรงค์ แล้วไม่เป็นที่พอใจหรือไม่ประสบความสำเร็จ ทางกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปลัง จะนำรถอีแต๋นจำนวนกว่า 200 คัน ปิดกันถนนสายเอเซียที่บริเวณบ้านไฮ่ฮ้า ต.ด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นต้นทางสำหรับรถยนต์ทุกชนิดวิ่งขึ้นเหนือล่องใต้ และเป็นเส้นเลือดใหญ่ระหว่างภาคเหนือตอนบนกับภาคเหนือตอนล่างให้เป็นอัมพาตทันที ซึ่งรถทั้งหมดจะไม่สามารถวิ่งผ่านหรือเข้าตัวเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ได้







