posttoday
วิบากกรรมบอลไทย

วิบากกรรมบอลไทย

05 ตุลาคม 2556

วงการฟุตบอลไทยช่วงนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงชิงอำนาจ การแบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า

วงการฟุตบอลไทยช่วงนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงชิงอำนาจ การแบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า เปิดตัวกันอย่างโจ๋งครึ่มว่าใครเลือกอยู่ฝ่ายไหน ระหว่างขั้วอำนาจเก่าที่ยังมีบารมี หรือขั้วอำนาจใหม่ที่ต้องการล้มล้างกลุ่มเดิมอย่างเต็มรูปแบบ

หลายๆ แมตช์การแข่งขันเริ่มมีปัญหาความวุ่นวายมากมายตามมา เพราะด้วยอำนาจบารมีที่ยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย จึงไม่อาจมองข้ามได้ว่าจะมีการตัดสินในเกมการแข่งขันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ในขณะที่แฟนบอลบางกลุ่มซึ่งมีอคติอยู่แล้ว จึงเพิ่มการไม่ยอมรับมากขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อการตัดสินไม่ต้องตาต้องใจเพียงแค่เล็กน้อย

เหตุการณ์ “บอลแพ้คนไม่แพ้” จึงถูกจุดชนวนขึ้นมาให้เห็นบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ชี้เป็นชี้ตายของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกโค้งสุดท้าย ที่เหลือการแข่งขันอีกแค่ 4 นัด แฟนบอลที่จะเข้าไปชมเกมในสนามอาจจะต้องหาเสื้อเกราะมาใส่ เพราะบางคู่นั่งดูฟุตบอลอยู่ดีๆ อาจจะมีของแถมเป็นขวดน้ำ ก้อนหินได้ แต่ภาวนาอย่าให้ถึงกับต้องหลบลูกกระสุนกันเลย เพราะสนามฟุตบอลไม่ใช่สนามรบ

นอกจากแฟนบอลในสนามที่อาจจะไม่ปลอดภัยแล้ว ยังรวมไปถึงสวัสดิภาพชีวิตของผู้ตัดสิน ที่นับวันยิ่งเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีคดีไล่ยิง “เปาหนอม” ถนอม บริคุต ผู้ตัดสินชื่อดัง ซึ่งตอนนี้ผ่านมาเดือนเศษ เจ้าหน้าที่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้

ล่าสุด เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ จ.นนทบุรี เมื่อ “นคร สะอาด” ผู้ช่วยผู้ตัดสิน โดนคนร้ายยิงเข้าที่ขา ขณะที่วิ่งออกกำลังกายช่วงเช้ามืด ทำให้หลายฝ่ายพุ่งประเด็นไปที่ปมการตัดสินแบบ กังขา ซึ่ง “นคร” ตัดสินเกมอื้อฉาวระดับประเทศ เกมที่ ระยอง เอฟซี ชนะ สิงห์เจ้าท่า 21 ในฟุตบอลยามาฮ่าลีกวัน ไลน์แมนนครทำหน้าที่ผิดพลาดหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะที่ท่าเรือยิงประตูได้ แต่นครให้เป็นลูกล้ำหน้า ทั้งที่ภาพช้าแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

การตัดสินของไลน์แมนคนนี้ค้านสายตาแฟนบอลทั้งสนาม และแม้จะโดนสมาคมฟุตบอลฯ ลงโทษแบนห้ามทำหน้าที่ตัดสิน 1 ปีครึ่ง แต่ก็ยังไม่พ้นได้รับความรุนแรงจากมาเฟียวงการฟุตบอล

ภาพรวมดังกล่าว เชื่อได้ว่าความรุนแรงครั้งนี้คงไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้าย ก่อนจะปิดฤดูแข่งขันอีก 4 นัด ซึ่งจะชี้ชะตาว่าทีมไหนบ้างจะตกชั้นลงไป และยิ่งถึงวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งเป็นวันพิพากษาฟุตบอลไทยเลือกนายกสมาคมคนใหม่ น่าจะมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นอีกมากมาย หลายสโมสรวิ่งล็อบบี้กันขาขวิด และอีกหลายทีมหัวใจพองโตเพราะได้แบ็กอัพหนุน ทำให้ลืมความสำคัญของคำว่า “กีฬา” ที่ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แต่พวกเขากลับแสวงหาชัยชนะจนมองข้ามความถูกต้อง

ได้ข่าวว่างานนี้มีใบสั่งจากนายใหญ่ให้ สส.พรรคการเมืองใหญ่เลือกสนับสนุนขั้วอำนาจเก่า

จากปัญหาทั้งหมด หากคนในวงการฟุตบอลไม่ช่วยกันแก้ไข ต่างฝ่ายต่างไปพึ่งอำนาจนอกวงการเข้ามาเอาชนะกัน สุดท้ายคำพูดที่ว่า “ฟุตบอลไทยจะไปบอลโลก” คงเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน

ฟุตบอลไทย...คงต้องก้มหน้าชดใช้กรรมต่อไป!

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี