
ปลอดแจงรับมือน้ำท่วมย้ำกทม.ไร้ปัญหา
ปลอดประสพ พร้อมวอนประชาชนในทางผ่านของน้ำ ให้เชื่อการตัดสินใจของรัฐบาล ด้าน ผอ.ศูนย์เตือนภัยเผยเฝ้าระวัง 30ก.ย.-1ต.ค.'หวู่ติ๊บ'กระทบอีสานฝนตกหนัก
ปลอดประสพ พร้อมวอนประชาชนในทางผ่านของน้ำ ให้เชื่อการตัดสินใจของรัฐบาล ด้าน ผอ.ศูนย์เตือนภัยเผยเฝ้าระวัง 30ก.ย.-1ต.ค.'หวู่ติ๊บ'กระทบอีสานฝนตกหนัก
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และนาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน เกี่ยวกับสถานการณ์และการรับมือน้ำท่วมขณะนี้ ว่า หากเปรียบเทียบปริมาณน้ำฝนเมื่อปีที่แล้วกับปีนี้มีความใกล้เคียงกัน แต่มีความแตกต่างว่า ในปีนี้ฝนตกช้ากว่า 1 เดือน ตกทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน เป็นจำนวนมาก และตกเป็นหย่อมๆ ทำให้น้ำท่วมเฉพาะที่
นายปลอดประสพ กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือมีเขื่อนสำคัญ คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติติ์ ทั้ง 2 เขื่อนรวมกันแล้ว ยังสามารถรอบรับปริมาณน้ำได้ถึงร้อยละ 50 หรือ รองรับน้ำได้ประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร หากพายุฝนเข้าทางภาคเหนือตอนบนขณะนี้ โอกาสที่น้ำเหนือจะหลากมโหฬารเหมือนปี 2554 ไม่มีแน่นอน
“ส่วน กทม. ในภาพรวมไม่มีปัญหา เพราะทุ่งรังสิตไม่มีน้ำ แต่ยอมรับว่า ฝั่งตะวันตกของ กทม. อาจมีปัญหาบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปลอดภัย 100% เว้นแต่ถ้ามีพายุฝนตกเหนือ กทม. ติดต่อกัน 1-2 วัน จึงน่าเป็นห่วง” นายปลอดประสพ กล่าว
นายปลอดประสพ กล่าวว่า ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเกิดขึ้นไม่นาน วันนี้ (28 ก.ย.) น่าจะคลี่คลาย เพราะใกล้แม่น้ำโขง แต่ที่ จ.อุบลราชธานี วันนี้จะหนัก แต่ถ้าภายใน 2 วันนี้ หากไม่ฝนตกเพิ่ม สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น” นายปลอดประสพ กล่าว
ส่วนสถานการณ์น้ำที่ จ.ปราจีนบุรี นายปลอดประสพ กล่าวว่า จากฝนตกเฉพาะที่ ทำให้น้ำท่วมสูงที่สุดในรอบ 26 ปี และยอมรับว่า การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก เพราะแม่น้ำบางปะกง มีน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับทั้ง 3 อำเภอ คือ อ.เมือง กบินบุรี และศรีมหาโพธิ เป็นทุ่งมีพื้นที่เกือบ 15 ล้านไร่ เมื่อฝนตก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าน้ำท่วม
“เมื่อเราเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศไม่ได้ เราจึงสร้างแนวป้องกันด้วยงบประมาณจากโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จสมบูรณ์ รับประกันได้ว่า 3 ปี จากนี้ 3 เมืองเศรษฐกิจสำคัญไม่ท่วมอย่างแน่นอน” นายปลอดประสพ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายปลอดประสพ กล่าวว่า พื้นที่ทุ่งดังกล่าวเหมาะแก่การเพาะปลูก จึงยังต้องหาแนวทางทำคลองผันน้ำ คาดว่ามีความยาว 50 กิโลเมตร เพื่อช่วยในการระบายน้ำ แต่ยังต้องหางบประมาณในการดำเนินการก่อน หากดำเนินการได้จะเป็นเรื่องดี ส่วนประชาชน จ. นครสวรรค์ อุทัยธานี บางอำเภอ ชัยนาท สิงบุรีห์ อ่างทอง ที่ไม่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในแนวป้องกัน สบายได้ แต่หากอยู่ริมแม่น้ำ คงไม่มีทางหลีกเลี่ยง
“อยากขอร้องประชาชนที่เป็นทางผันน้ำลงสู่แม่น้ำ หนักนิดเบาหน่อย ให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขอให้เชื่อข้อมูลทางวิชาการ และการตัดสินใจขงีรัฐบาล ไม่ตัดสินใจผิดเด็ดขาด” นายปลอดประสพ กล่าว
นายปลอดประสพ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำโดยใช้ Single Command เป็นศูนย์กลางการแก้ไขปัญหา ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำได้บูรณาการร่วมกัน และตัดสินใจแก้ปัญหาในแนวทางที่ดีที่สุด หากไม่มีระบบนี้ เชื่อว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปีนี้ จะเสียหายมากกว่านี้
ด้าน ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า สภาพโดยรวมขณะนี้ความกดอากาศสูงดันลงมาทางใต้ทำให้ร่องมรสุม ที่พาดผ่านภาคเหนือและอิสานกำลังแรงขึ้น มีน้ำมาก ผลดีของร่องฝนตกตอนบนทำให้เติมน้ำในเขื่อน 2 เขื่อนได้เพิ่มมากขึ้น (เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิต์) อีกประการคือ วันที่ 28-29 ก.ย. ร่องฝนลงมาพื้นที่ตอนล่าง ทำให้ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ชัยนาท มีฝนมากกว่าเดิม แต่เขาตกแล้วเคลื่อนตัวทำให้ฝนแผ่กระจาย พื้นที่ต่างๆสามารถรองรับน้ำได้ สิ่งที่กังวลใจแต่ได้ติดตามคือ วันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค. พายุ หวู่ติ๊บ ถ้ามาขั้นรุนแรงที่สุด คือ ตอนกลาง เข้าทางอิสาน ระหว่างมุกดาหารกับนครพนม ทำให้พื้นที่ริมน้ำโขงต้องเฝ้าติดตาม หนองคาย บึงกาฬ มุกดาหาร นครพนม อุบลราชธานี พอวันที่ 2 ต.ค. ถ้าพายุยังมีความรุนแรงอยู่ ก็จะมีผลให้กทม.ฝนตกหนัก แต่รองนายกฯได้เรียกเจ้าหน้าที่ระดมสรรพกำลัง เพิ่มในศูนย์ส่วนหน้าเพื่อให้พี่น้องในพื้นที่ได้อุ่นใจ
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ต่างจากปี 54 สิ้นเชิง แต่อยากให้เทียบกับปี 55 คล้ายกับปี 55 ให้สบายใจได้ พื้นที่ตลอดแนวริมน้ำเจ้าพระยาที่กระทบบ้าง เป็นที่ราบลุ่มต่ำ แต่ก็เป็นวิถีชีวิตที่ชาวบ้านรับได้ ส่วนพื้นที่อื่นที่อยู่ในแนวคันกั้น และอยู่ในการบริหารจัดการของกบอ.ก็ได้มีการสั่งการในพื้นที่ดูแลตลอด
ขณะที่ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ตามข้อมูลจาก 17 ก.ย. -วันนี้ มีสถานการณ์น้ำท่วม 30 จังหวัด 210 อำเภอ มีผู้ได้รับผลกระทบ 2 ล้านกว่าคน แต่เป็นเพียงบางหมู่บ้าน บางตำบล เราแบ่งผู้ประสบภัยเป็น 2 กลุ่ม โดย 26 จังหวัด ประสบภัยจากน้ำไหลหลาก คลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด และอีก 4 จังหวัดประสบปัญหาจากน้ำล้นตลิ่ง เราได้เตรียมการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ผู้ว่าฯสามารถสั่งใช้ได้ถ้าเล็งเห็นผลหรือคาดว่าจะเกิดภัยขึ้นหรือเกิดภัยแล้วใช้งบในการฟื้นฟูดูแลได้ หลักการช่วยเหลือเน้นในเรื่องชีวิตเป็นสำคัญก่อน และมีการใช้พ.ร.บ.ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในภาพรวม







