posttoday
สหรัฐชัตดาวน์

สหรัฐชัตดาวน์

25 กันยายน 2556

ระหว่างวันที่ 18 ต.ค.-15 พ.ย. จะเป็นวันที่สหรัฐต้องลุ้นกันอีกรอบ ว่าสภาจะโหวตผ่านมติขยายเพดานหนี้ของสหรัฐหรือไม่ครับ หากสภาคองเกรสไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ทัน งานนี้มีหวังบางหน่วยงานของสหรัฐอาจจะไม่รับเงินเดือน และอาจจะเป็นความเสี่ยงครั้งใหม่อีกรอบต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังอยู่ในโหมดฟื้นตัวในระดับกลางๆ ครับ

ระหว่างวันที่ 18 ต.ค.-15 พ.ย. จะเป็นวันที่สหรัฐต้องลุ้นกันอีกรอบ ว่าสภาจะโหวตผ่านมติขยายเพดานหนี้ของสหรัฐหรือไม่ครับ หากสภาคองเกรสไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ทัน งานนี้มีหวังบางหน่วยงานของสหรัฐอาจจะไม่รับเงินเดือน และอาจจะเป็นความเสี่ยงครั้งใหม่อีกรอบต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังอยู่ในโหมดฟื้นตัวในระดับกลางๆ ครับ

ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่แน่นอน ว่าจะโหวตกันเมื่อไหร่ โดยระยะเวลาคร่าวๆ ที่รัฐบาลสหรัฐจะเริ่มมีเงินไม่พอนั้นจะอยู่ในระหว่างวันที่ 18 ต.ค.-15 พ.ย.ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

ในวันที่ 18 ต.ค.นั้น กระทรวงการคลังสหรัฐจะมีรายได้เข้ามา 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่จะมีรายจ่ายต่างๆ ที่มากกว่า คาดว่าในวันนั้นรัฐบาลสหรัฐจะมีเงินขาดมือไป 1.06 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

รายจ่ายของรัฐบาลสหรัฐมีอะไรบ้าง ก็มีตั้งแต่การคืนภาษี รายจ่ายด้านการประกันสังคม และรายจ่ายที่จะต้องให้ผลประโยชน์กับบรรดาทหารผ่านศึก สหรัฐเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ด้วยกองทัพก็มีรายจ่ายด้านนี้เยอะครับ

นอกจากนั้น ก็มีรายจ่ายที่ต้องให้กับแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ รวมไปถึงดอกเบี้ยปันผลที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ถือพันธบัตรรัฐบาล รายจ่ายที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทลูกจ้างตามสัญญา และอื่นๆ อีกมากครับ รวมไปถึงเงินเดือนลูกจ้างรัฐ

ดังนั้น หากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านมติการเพิ่มเพดานหนี้ได้ รายจ่ายเหล่านี้ก็ไม่สามารถจ่ายได้ทั้งหมด ฉะนั้น กระทรวงการคลังสหรัฐก็จำเป็นที่จะต้องเลือกว่าเงินที่มีอยู่จะจ่ายอะไรได้บ้าง อะไรที่ต้องเข้มงวดขึ้น บางอย่างอาจจะจ่ายได้เพียงส่วนหนึ่งไม่เต็มที่เหมือนที่เป็นมา

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐต้องออกกฎหมายซีเควสเตอร์ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อลดรายจ่ายของรัฐบาลสหรัฐไปแล้ว หลังจากที่สภาคองเกรสไม่ผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ให้รัฐบาล ครั้งนี้สหรัฐก็กำลังเจอกับปัญหาเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง

การลดรายจ่ายของรัฐบาลนั้น ต้องบอกว่า มีอิทธิพลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐบาลสหรัฐไม่น้อยครับ การฟื้นตัวของสหรัฐจึงไม่อยู่ในระดับที่รวดเร็วนัก เพราะระบบเศรษฐกิจขาดเม็ดเงินจากรัฐบาลไปไม่น้อย

และนี่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังตัดสินใจไม่ประกาศลดวงเงินในโครงการคิวอีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการหักปากกาเซียนไม่น้อยครับ

ต้องบอกไว้ก่อนว่า เงินจากธนาคารกลางสหรัฐและเงินจากรัฐบาลสหรัฐนั้นคนละกระเป๋ากันครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน