
ปชป.ยื่นศาลรธน.สอบส.ส.กดบัตรแทนกัน
สส.ปชป.ยื่นศาลรธน.สั่งเบรกลงมติแก้รธน.วาระ3 พร้อมแนบหลักฐานสส.เสียบบัตรแทนกัน
สส.ปชป.ยื่นศาลรธน.สั่งเบรกลงมติแก้รธน.วาระ3 พร้อมแนบหลักฐานสส.เสียบบัตรแทนกัน
เมื่อเวลา 08.30 น.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าการดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของส.ว. เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ รวมทั้งขอให้มีคำสั่งไต่สวนเพื่อพิจารณากำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวชะลอการลงมติวาระ3ไว้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยและขอให้มีคำสั่งว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นโมฆะ
ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านมีคลิปภาพเป็นว่ากรณีคลิปวิดิโอ ส.ส.พรรคการเมือง พรรคหนึ่งที่เสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว.ในมาตรา 9 เมื่อวันที่ 10 ก.ย.เวลา 17.33 น. และลงมติในมาตรา 10 วันที่ 11 ก.ย.เวลา 11.43 น. ซึ่งถือว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ว่าด้วยสมาชิกรัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต และมาตรา 126 ที่ระบุว่า สมาชิกสิทธิลงมติหนึ่งคนต่อหนึ่งเสียงและจะต้องมีสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งในการลงมติ
"คลิปและหลักฐานดังกล่าวสามารถยืนยันได้ว่ามีการเสียบบัตรแทนกันเพื่อลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการประชุมสภาช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ผ่านวาระ 2 ไปได้ การมายื่นศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีความหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งพิจารณาได้ทันก่อนที่ประชุมสภาฯจะลงมติในวาระ 3"ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นอกจากนี้ยังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประธานรัฐสภา วางตัวไม่เป็นกลางและไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีตัดสิทธิสมาชิกรัฐสภาในการสงวนคำแปรญัตติในการอภิปรายด้วย
ขณะเดียวกัน เวลา 10.00 น.พ.ต.อ. บรรจบ สุดใจ ประธานชมรมผู้พิทักษ์กฎหมายและความยุติธรรม ก็เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยยกคำร้องที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหากับพวก และน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.กับพวก ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. และยุบ 6 พรรคร่วมรัฐบาล
น.พ.พ.ต.อ.บรรจบ กล่าวว่า การยื่นคำร้องของ 2 กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่มีบทกฎหมายใดรองรับให้กระทำได้ อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ว. เป็นการกระทำโดยสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติอยู่แล้ว และเป็นการแก้ไขเพียงให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ไขรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้กลายเป็นรูปแบบอื่น ที่จะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ดังนั้นเมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็ย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย หรือกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวสั่งระงับการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 แต่อย่างใด เพราะจะเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ที่ก็ไม่มีกฎหมายใดรองรับให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญกระทำได้ จึงควรยกคำร้องเสีย







