
มาร์คงัดข้อมูลอัดรัฐบริหารล้มเหลว
"มาร์ค" งัดข้อมูลเศรษฐกิจถล่มความล้มเหลวจี้ก้าวข้ามประชานิยมเสี่ยงสร้างหนี้ แนะหันมา สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน
"มาร์ค" งัดข้อมูลเศรษฐกิจถล่มความล้มเหลวจี้ก้าวข้ามประชานิยมเสี่ยงสร้างหนี้ แนะหันมา สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้่านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายระหว่างการประชุมสภาเพื่อพิจารณารับทราบรายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หรือ การแถลงผลงานของรัฐบาลต่อสภา ว่า จากข้อมูลสถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (ไอเอ็มดี) ระบุว่า สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ทั้งภาพรวมประสิทธิภาพภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน ในปี 2556 ไม่มีหัวข้อไหนดีกว่า 2553 ขณะที่เวิร์ลอีโคโนมิคฟอรัมระบุว่าจาก 148 ประเทศ แม้อันดับโครงสร้างพื้นฐานจะจะต่ำอยู่าลำดับที่ 47 แต่ยังมีอ้านอื่นต่ำทั้งการศึกษาและสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม จากนโยบายแถลงไปว่าจะเพ่ิมรายได้ลดรายจ่ายขยายโอกาส แต่ผลลัพธ์จริงที่ออกมากลับมาพบว่าสถานการณ์เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่สภาวะถดถอย ทั้งการส่งออกที่ลดลง จากปี 53 ที่ 28 % มาจนปี 56 อยู่ที่ 0.6 % ส่วนรายได้ประชาชาติ ปี 53 จาก 7.8 % ปี 56 ลดลงเหลือ 4.1 % หนี้สาธารณะเพ่ิมขึ้น ยังไม่รวมกับเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท หรือ 2ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าในปีแรกของรัฐบาลมีความพยายามทุ่มเงินภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ผล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาของแพง รัฐบาลเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในช่วงหาเสียง แต่รัฐบาลกลับซ้ำเติมภาระค่าครองชีพจากที่บอกว่าจะยกเลิกกองทุนน้ำมัน และราคาน้ำมันจะลดลงแต่ราคากลับพ่ิมขึ้น หรือการขึ้นราคาน้ำมันดีเซลไปเกินลิตรละ 30 บาท จนทำให้ต้นทุนราคาสินค้าเพ่ิมขึ้น แม้ภายหลังจะปรับลดลงมาแต่ราคาสินค้าที่เพ่ิมขึ้นไปแล้วก็ไม่ลดลงตามมา นอกจากนี้ ในส่วนของไฟฟ้าที่เดิมเคยให้ประชาชนใช้ฟรี 90 หน่วย แต่กลับมาปรับลดเหลือ50 หน่วย ประชาชน 4 ล้านครัวเรือนต้องรับภาระเพ่ิม จนล่าสุด ค่าไฟปรับเพิ่มขึ้นอีก 7 สต. โดยของที่แพงที่สุดในรัฐบาลนี้คืออย่างหนึ่งคือปู
นายอภิสิทิธิ์ กล่าวสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เชื่อมั่น และไม่เกิดการลงทุน ที่บอกว่าจะอัดเม็ดเงินลงไปในกระเป๋าแต่กำลังกลายเป็นการสร้างหนี้เพ่ิมขึ้น เกษตรชาวสวนยางที่กำลังชุมนุมนั้นเพราะเดือดร้อนจากราคายางที่ลดลงไปเกือบครึ่งจากเมื่อสองปีที่แล้ว นายกฯไม่ควรพูดว่าการเจรจาไม่จำเป็นไม่สำคัญ อีกทั้งการให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 2520 บาท นั้น ต้องเข้าใจว่าโครงสร้างต้นทุนแบ่งผลประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้ไม่เหมือนภาคอื่นทำให้ชาวสวนจำนวนมากไม่ได้รับการช่วยเหลือตามช่องทางนี้
อย่างไรก็ตาม ที่ระบุว่าการจะไม่แทรกแซงตลาดยาง แต่อีกด้านหนึ่งในส่วนของข้าว กลับมีโครงการตรงกันข้าม ใช้วิธีจำนำข้าว ซึ่งที่จริงไม่ใช่จำนำ แต่เป็นการที่รัฐเข้าไปเป็นผู้ค้ารายใหญ่รายเดียว จนเกิดการขาดทุนปีละ 1.5 - 2 แสนล้านบาท กระทบต่อที่บอกว่าจะจะสามารถทำงบประมาณสมดุลให้ได้ในปี 2560 อีกทั้งเงินที่ลงไปก็ถึงมือชาวนาเพียงแค่ครึ่งเดียวส่วนที่เหลือแสนกว่าล้านนั้นไม่รู้ว่าสูญเสียไปให้ใคร ยังไม่รวมกับเรื่องทำให้ไทยเสียแชมป์การส่งออกข้าวมาอยู่ที่อันดับ 3 ยังไม่ต้องพูดถึงคุณภาพที่แย่ลงซึ่งจะเป็นการทำลายอนาคตข้าวไทย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องทบทวนวิธีคิดบริหารเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการประชานิยม ไม่ทำงาน ไม่สามารถเพ่ิมความเข้มแข็งทางเศรษฐฏิจ ยังสร้างความเสี่ยง เรื่องวินัยการเงินการคลังสะสมหนี้ ทั้งนี้ครัวเรือนและของประเทศ จึงอยากเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางตรงนี้ให้บ้านเมืองก้าวข้ามประชานิยม ไปสู่วางรากฐานจำเป็น ซึ่งจะต้องประเมินหลายด้านไม่ใช่แค่ รถไฟ ถนน เท่านั้นแต่ต้องดูรวมถึงเรื่องการศึกษา สาธาณสุข
นอกจากนี้ ในส่วนของเรื่องปรองดองน้ั้น แต่รัฐบาลกำลังผลักดันเรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งมีองค์กรระหว่างประเทศออกมาเตือนว่าให้ระมัดระวังเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็น การกระทำโดยฝ่ายรัฐ หรือผู้ชุมนุม หรือชายชุดดำ ซึ่ง การทำให้เกิดการปรองดองปรองดอง นั้นต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติโดยเสมอกัน ไม่ใช่ปล่อยให้รองนายกฯไปพูดว่าจะไม่สร้างศูนย์ประชุมภูเก็ตหากไม่เลือกพรรคของท่าน หรือไม่มีอารมณ์จะสร้างจนกว่าเขาจะเห็นความดีของเรา ซึ่งถ้าคิดแบบนี้การปรองดองก็เกิดยาก ซึ่งนายกฯ ต้องเป็นนายกของคนทั้งชาติไม่ใช่เฉาะคนเลือกท่าน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการเร่งนำสันติสุข กลับมาสู่พื้นที่ชายแดนใต้ นั้นแต่รัฐบาลกำลังปีปัญหาอุปสรรคเรื่องการประสานงานบรูณาการ ผ่านมาสองปี ยังไม่รู้ว่าตกลงโครงสร้างจะเาออย่างไร เพราะหากทำให้กฎหมาย ศอบต. ที่ออกมา ก็จะเกิดประโยชน์ที่เป็นมรรคเป็นผลแต่รัฐบาลกลับไปตั้งกรรมการซ้อนไปซ้อนมา การพูดคุยแบบเปิดเผย พิจาณาข้อเรีกร้องต่างๆ ปล่อยให้เลขาสมช. และรมต. พูดกันไปคนละทิศละทาง ขณะที่ 6 เดือนแรก ของปีความถี่เหตุการณ์มีแนวโน้มสูงมาก ดังนั้นต้องทบวนว่าจะเดินต่อไปอย่างไรถึงจะสามารถนำความสันติสุขจะเกิด นโยบายข้อสุดท้าย การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตนขอใช้สิทธิไว้ตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการส่งออกแต่การส่งออก แต่การพึ่งพาการส่งออก 70 % ทำให้เกิดปัญหาความผันผวน จากประเทศคู่ค้าทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญหาตลาดใหม่มาชดเชยทดแทน ส่วนปัญหาเรื่องราคายางพาราภาคใต้นั้นได้ให้ความสำคัญเจรจาติดตามเสมอมอบผวจ.รองเลขาธิการนายกฯ ไปพูดคุย และมอบ รองนายกฯ 2-3 ท่านไปดูแล เชิญตัวแทนทุกกลุ่มมาพูดคุย







