posttoday
ถล่มประชานิยมของแพงซ้อมย่อยก่อนซักฟอก

ถล่มประชานิยมของแพงซ้อมย่อยก่อนซักฟอก

24 กันยายน 2556

แม้จะผ่านศึกใหญ่อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาแล้ว แต่ “ประชาธิปัตย์”

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

แม้จะผ่านศึกใหญ่อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาแล้ว แต่ “ประชาธิปัตย์” ก็มิอาจยอมเสียโอกาสใช้เวทีสภาถล่มการบริหารงานของรัฐบาลผ่านการแถลงผลงานในวันนี้

แน่นอนว่าดีกรีความร้อนแรงอาจไม่เทียบเท่ากับการอภิปรายในหลายเรื่องที่ผ่านมา หรือจะมีผลชี้เป็นชี้ตายต่อรัฐบาล เพราะวาระการพิจารณาครั้งนี้ เป็นเพียงแค่วาระรับทราบไม่ต้องมีการลงมติเห็นชอบใดๆ ทั้งสิ้น

แต่ใช่ว่าเวทีนี้จะไม่มีน้ำหนักซะทีเดียว เพราะกรอบการอภิปรายที่เวทีเปิดกว้างให้ “ฝ่ายค้าน” ถล่มความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไปจนถึงเงื่อนงำความไม่โปร่งใส ได้ในทุกนโยบายแบบฟรีสไตล์ ย่อมตอกย้ำความไร้ประสิทธิภาพนั้นให้ชัดเจนขึ้น

ถึงขั้นทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามบ่ายเบี่ยงเปิดเกมยื้อมาจนเข้าสู่การบริหารราชการมา 2 ปีกว่า โดยรอให้บรรยากาศการเมืองเริ่มคลี่คลายถึงจะเดินหน้าลุยทำตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 75 บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องจัดทำรายงานแถลงผลงานรัฐบาล รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง

เวทีนี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมนำทีมกล่าวเปิดแถลงผลงานด้วยตัวเอง นำเสนอผลงานในแต่ละด้าน พร้อมสั่งติวเข้มรัฐมนตรีเก่าใหม่ ทำหน้าที่ชี้แจงในสภาประเด็นที่เกี่ยวข้องในหน้าตักตัวเอง

ขณะที่ทางฝั่ง “ประชาธิปัตย์” เตรียม 60 สส. อภิปรายรัฐบาลไล่เรียงไปทีละนโยบาย โดยกรอบใหญ่ยังอยู่ในประเด็นเรื่องความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารและเงื่อนงำการทุจริต

สำหรับในส่วนของความไร้ประสิทธิภาพนั้น ฝ่ายค้านเตรียมเน้นหนักไปที่ความล้มเหลวในโครงการประชานิยมทั้งหลายของรัฐบาล ซึ่งนอกจากสร้างภาระงบประมาณแล้ว ยังส่งผลเสียหายตามมาในด้านอื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถคันแรกที่ทำให้รัฐบาลกระเป๋าแฟบ จนส่งผลกระทบถึงขั้นต้องลงไปล้วงเงินคงคลัง เพื่อมาคืนภาษีให้กับผู้เข้าโครงการ ยังไม่รวมผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเรื่องปัญหาการจราจรและยอดคืน ยอดถูกยึด ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตามมาด้วยปัญหา “ของแพง” ที่ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงที่เคยประกาศว่าจะ “กระชากค่าครองชีพ” ในการหาเสียงใหญ่ที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน แถมยังเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก แต่กลับไม่สามารถทำได้จริง

ข้อที่ 7 แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรัฐบาลไล่เรียงมาตั้งแต่การดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พลังงานให้อยู่ในระดับเหมาะสมเป็นธรรม จนมาถึงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี มาจนถึง “ร้านถูกใจ” หรือ “มหกรรมธงฟ้า”

งานนี้ “ประชาธิปัตย์” เตรียมใช้เวทีนี้ถล่มภาพรวมความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวของที่แพงขึ้นในแต่ละหมวด แต่ละรายการรวมทั้งงบประมาณที่ลงไปช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งฟ้องด้วยดัชนีต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นจากในอดีต

ตอกย้ำด้วยการถล่มเรื่องการค่อยๆ ขยับปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ทำให้ต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้น โดยไม่มีมาตรการรองรับสกัดการขึ้นราคาสินค้าที่ขึ้นราคาดักหน้าแซงไปก่อน จนส่งความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

สวนทางกับราคาสินค้าการเกษตรเกือบทุกรายการตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง ฯลฯ ในขณะที่การเยียวยาช่วยเหลือที่รัฐบาลดำเนินการก็ไม่มีประสิทธิภาพแก้ไขไม่ตรงจุด ตรงความต้องการ แถมยังมีประเด็นเรื่องสองมาตรฐานเลือกปฏิบัติระหว่าง “ข้าว” กับ “ยาง”

ต่อเนื่องด้วยการบริหารงานที่เข้าข่ายช่วยคนรวยซ้ำเติมคนจน ดังจะเห็นจากการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% ซึ่งมีข้อมูลว่าคนได้ประโยชน์เป็นบริษัทยักใหญ่ รวมไปถึงบริษัทต่างชาติ ตรงกันข้ามกับภาษีเหล้า หรือภาษีอื่นๆ ที่เตรียมรีดเอากับคนจน

ถัดมาที่ประเด็นการทุจริต ซึ่งถือเป็นอีกนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมากลับยังไม่เห็นการดำเนินการที่เห็นผลในทางปฏิบัติ นอกจากการจัดเวทีประกาศเจตนารมณ์ประกาศตั้งกลไกต่างๆ ขับเคลื่อนการต่อต้านคอร์รัปชั่นในขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้งบประมาณหลายส่วนที่มีทั้งเรื่องเบี้ยใบ้รายทาง “หัวคิว” ไปจนถึง “เงินทอน”

ตัวอย่างที่ให้น้ำหนักเรื่องใหญ่ยังหนีไม่พ้น โครงการรับจำนำข้าวที่เป็นแผลใหญ่ให้โจมตีต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนเวลานี้สร้างความเสียหายไปแล้วหลายแสนล้านบาท แต่รัฐบาลยังไม่มีทีท่าจะสกัดหรือหยุดยั้งความเสียหายนี้ได้ แถมยังประกาศเดินหน้าโครงการต่อไป

นอกจากประเด็นการเข้าแทรกแซงกลไกราคาที่ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับส่วนต่างราคาในตลาดโลก ยังไม่รวมกับความเสียหายในการจัดเก็บข้าวที่กำลังล้นโกดัง ซึ่งไม่สามารถระบายออกจนค่อยๆ เสื่อมสภาพและเพิ่มปัญหาการขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ปมสำคัญยังอยู่ที่ความไม่โปร่งใสในการดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนการรับจำนำ ทั้งเรื่องสวมสิทธิ เวียนเทียน ไปจนถึงการระบายข้าว ที่เรื่องนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจะได้นำมาถล่มรัฐบาลอีกรอบในเวทีนี้

สุดท้ายประเด็นที่รัฐบาลไม่อาจดำเนินนโยบายกับนโยบายเร่งด่วนหลายเรื่องอย่างที่ประกาศได้สำเร็จ อย่างเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ฯลฯ

เวลากว่า 10 ชั่วโมง ที่ฝ่ายค้านได้รับจัดสรรเที่ยวนี้ จึงถึงเวลาที่ประชาธิปัตย์จะไล่อภิปรายฯ นวดรัฐบาลไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะเตรียมปล่อยหมัดเด็ดไว้ปิดเกมในช่วงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน