posttoday
ฝนถล่มต่อทั้งสัปดาห์นครนายก-บุรีรัมย์ วิกฤต

ฝนถล่มต่อทั้งสัปดาห์นครนายก-บุรีรัมย์ วิกฤต

24 กันยายน 2556

สถานการณ์ฝนตกหนักจะยังคงเกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 24-27 ก.ย. ทั่วประเทศจะมีฝนตกประมาณ 10-30 มิลลิเมตร (มม.)

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

สถานการณ์ฝนตกหนักจะยังคงเกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 24-27 ก.ย. ทั่วประเทศจะมีฝนตกประมาณ 10-30 มิลลิเมตร (มม.) โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันตกจะมีฝนตกประมาณ 40-60 มม.

โดยภาคเหนือมีฝนตก 30-40% ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 40-60% ภาคกลาง 40-60% ภาคตะวันออก 60-70% ภาคใต้ 40-60% ส่วนมากตอนบนของภาค ขณะที่กรุงเทพมหานครมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่

ด้านสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) วิเคราะห์ว่า ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีปัจจุบัน น้อยกว่าปีที่แล้ว 2% ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รวมทั้งหมด 65% น้อยกว่าปีที่แล้ว 4% และน้อยกว่าปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ 22% ขณะที่น้ำในแม่น้ำสายสำคัญส่วนใหญ่อยู่ในภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นวันละกว่า 100 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ช่วง จ.ชัยนาท มีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังไหลลงมาเพิ่มอีก 400-500 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานคาดการณ์ว่า ปลายสัปดาห์นี้ ช่วงวันที่ 29 ก.ย. ปริมาณน้ำเจ้าพระยาช่วงนครสวรรค์จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,900 ลบ.ม./วินาที ทำให้ต้องปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมไม่ให้เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที เป็นไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที โดยจะแบ่งน้ำเข้าพื้นที่ตะวันออก ผ่านคลองชัยนาทป่าสัก เข้าแม่น้ำป่าสักและเข้าคลองระพีพัฒน์ผ่านไปลงแม่น้ำบางปะกง ส่วนพื้นที่ตะวันตกจะระบายเข้าคลองมะขามเฒ่าอู่ทอง แม่น้ำท่าจีน แต่จะควบคุมปริมาณไม่ให้กระทบกับพื้นที่ต่างๆ ที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักอยู่ก่อนแล้ว

รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในปี 2556 มีปริมาณมากกว่าปี 2555 แต่ยังน้อยกว่าปี 2554 โดยระหว่างวันที่ 25-29 ก.ย.นี้ จะมีร่องมรสุมพาดผ่านเข้ามาทางภาคกลาง ส่งผลให้มีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก

รอยล กล่าวว่า จุดที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดคือเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ซึ่งขณะนี้มีน้ำอยู่ 92% สามารถรับน้ำได้อีกเพียง 17 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำนางรอง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่มีน้ำ 81% หากฝนตกลงมาอย่างหนักอีกรอบ น้ำจากเขื่อนจะทะลักท่วม อ.นางรอง และตัวเมืองบุรีรัมย์

“แนวทางคือต้องระบายน้ำผ่านแม่น้ำสายหลักที่ยังรับน้ำได้อยู่ ยังไม่ต้องผันน้ำเข้าทุ่งเพราะจะกระทบกับเกษตรกรในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจะเริ่มพร่องน้ำออกจากเขื่อนขุนด่านปราการชลและเขื่อนลำนางรอง 30 ลบ.ม./วินาที เช่นเดียวกับเขื่อนเจ้าพระยาที่ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 1 เซนติเมตร ต้องระบายน้ำออกอย่างน้อยที่สุด 200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้น้ำในเจ้าพระยาที่สิงห์บุรีเพิ่มขึ้น 20 เซนติเมตร และที่พระนครศรีอยุธยา 30-40 เซนติเมตร”

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานว่า ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว ระดับน้ำยังคงทรงตัว ส่วนที่ จ.สุรินทร์ มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ จ.ระยอง จันทบุรี และตราด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

อย่างไรก็ตาม น้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรักได้ไหลทะลักเข้าพื้นที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ กัดเซาะกระสอบทรายกว่า 2 แสนใบ ที่วางเป็นแนวกำแพงป้องกันน้ำจนพังทลาย 9 ชุมชนถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะชุมชนโนนสวรรค์ ซึ่งมีอยู่ทางเดียวและเป็นพื้นที่ต่ำ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ประชาชนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก คาดว่าน่าจะท่วมขังอยู่ประมาณ 57 วัน จึงจะค่อยๆ ลดระดับลง และไหลลงสู่แม่น้ำมูล

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน