
อยุธยาอ่วม!น้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ
ลุ่มน้ำป่าสักเริ่มวิกฤต หลัง ปภ.-อย. เตือนเขื่อนพระรามหกปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว ขณะที่ลุ่มเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย น้ำล้นท่วม 6 อำเภอแล้ว
ลุ่มน้ำป่าสักเริ่มวิกฤต หลัง ปภ.-อย. เตือนเขื่อนพระรามหกปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว ขณะที่ลุ่มเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย น้ำล้นท่วม 6 อำเภอแล้ว
เวลา 08.00 น. ( 21 ก.ย.) นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้มีฝนตกหนัก ในลุ่มแม่น้ำป่าสักด้านบน ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เริ่มปล่อยระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น และน้ำไหลมาตามแม่น้ำป่าสัก จนกระทั่งมาถึงเขื่อนพระรามหก ที่อำเภอท่าเรือ
โดยเขื่อนพระรามหก ได้เริ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว จากเดิมเมื่อวานที่ 250 ลบ.ม./วินาที เป็น 500 ลบ.ม./วินาที ในเช้าวันนี้ จึงขอประกาศเตือนให้ บ้านเรือนในชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก เขตอำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลง และอำเภอพระนครศรีอยุธยา ทราบว่า จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เมตรในทันที
ขณะที่นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ประตูน้ำปากคลองหันตราและปากคลองกะมัง เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปไม่ถึง 5% ทำให้ไม่สามารถป้องกันน้ำจากป่าสักไหลเข้าพื้นที่ได้ จึงขอเตือนชุมชนริมน้ำ และชุมชนเมืองใหม่ ในเขตตำบลหันตรา ตำบลไผ่ลิง จะมีระดับน้ำล้นตลิ่งได้ในเร็วๆนี้ เพราะเขื่อนพระรามหก ได้เร่งปล่อยน้ำลงแม่น้ำป่าสักแล้ว
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ได้ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดน้ำท่วมใน 6 อำเภอแล้ว คือ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางปะอิน โดยจุดที่น้ำท่วมหนักที่สุด สูงเกือบกว่า 1 เมตรครึ่งแล้ว และน้ำท่วมยังมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละ 30 เซ็นติเมตร เพราะเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ยังเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนมากเกือบ 1,900 ลบ.ม./วินาที
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบหนักสุด พบว่า น้ำได้ล้นตลิ่งท่วมในชุมชนและถนนโครงข่ายในหมู่บ้าน ที่ตำบลบ้านกุ่ม ตำบลบางชะนี ตำบลบางบาล ตำบลไทรน้อย ของอำเภอบางบาล และ ที่ตำบลบ้านใหม่ ตำบลภูเขาทอง ของอำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตรงนี้เป็นช่วงแม่น้ำเจ้าพระยาแคบที่สุด และมีความคดเคี้ยว ประกอบกับมีภาวะตลิ่งพังก่อนหน้านี้ และเมื่อน้ำไหลเชี่ยวแรง ทำให้ชาวบ้านวิงวอน ขอให้เรือบรรทุกดินทราย ลากผ่านด้วยความเร็วต่ำ เพื่อป้องกันคลื่นกระแทกฝั่งอย่างรุนแรง







