posttoday
ข่าวสั้น

ข่าวสั้น

21 กันยายน 2556

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว เปิดเผยถึงโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)

คาดอีก 56 ด.ใช้สิทธิก๊าซเพิ่ม

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว เปิดเผยถึงโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน ที่ภาครัฐจะให้สิทธิผู้มีรายได้น้อยและร้านหาบเร่แผงลอยสามารถใช้สิทธิซื้อก๊าซหุงต้มราคาเดิมได้ ว่า สาเหตุที่เดือนแรกมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิต่ำกว่าที่คาดไว้มาก เพราะปรับเพิ่มราคาเพียงกิโลกรัม (กก.) ละ 50 สต.

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเมื่อมีการปรับราคาในเดือนที่ 5-6 หรือเฉลี่ยแอลพีจีขนาด 15 กก. ราคาเพิ่มอีกถังละ 40-45 บาท จะมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิมากขึ้น และอาจทำให้ภาครัฐกังวลได้ว่าจะมีการเตรียมพร้อมเพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้ เดือน ก.ย. ซึ่งเป็นเดือนแรกของการปรับราคา ทำให้ถังขนาดครัวเรือนปรับขึ้นเพียง 7.50 บาทเท่านั้น ยังไม่มีแรงจูงใจให้เกิดการใช้สิทธิ แต่อยากเตือนสำหรับผู้ที่มีสิทธิกว่า 7.7 ล้านราย ในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟรีและร้านอาหาร หาบเร่แผงลอย ควรจะไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าท้ายสุดคนที่มีสิทธิต้องไปใช้สิทธิแน่นอน เพราะจะมีการปรับราคาถึง 14 ครั้ง ทำให้แอลพีจีเพิ่มขึ้นเป็นถังละ 105 บาท

“หลายคนยังไม่สนใจกับการใช้สิทธิซื้อแอลพีจีราคาเดิม 18.13 บาทต่อ กก. เพราะเห็นว่าปรับขึ้นแค่ 78 บาทต่อถังขนาด 15 กก. จึงยังไม่อยากเสียเวลาลงทะเบียน แต่ที่จะเป็นปัญหาคือ เมื่อปรับราคาในเดือนที่ 56 จะมีคนมาลงทะเบียนมากกว่านี้” นายชิษณุพงศ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนว่าร้านก๊าซบางแห่งจำหน่ายก๊าซเกินกว่าราคาที่ปรับขึ้น โดยหากคำนวณการปรับขึ้น 50 สต.ต่อ กก. เท่ากับก๊าซถังขนาด 15 กก. ต้องปรับขึ้น 7.50 บาท แต่บางร้านคิดเพิ่มเป็น 8-10 บาทนั้น จากการลงพื้นที่สำรวจร้านก๊าซ ได้รับการชี้แจงว่า ไม่ต้องการให้มีเศษสตางค์ทอน 50 สต. แต่ได้แจ้งกับลูกค้าแล้วว่า หากครั้งนี้คิดเพิ่มถังละ 8 บาท ครั้งหน้าก็คิดเพิ่มเพียง 7 บาท ซึ่งในประเด็นนี้ต้องขอความเห็นใจจากลูกค้าบ้าง ในเรื่องเงินทอน ในทางปฏิบัติไม่มีเจตนาจะคิดเกินราคากว่าที่กำหนดไว้

สร้างระบบพยากรณ์น้ำท่วม

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ไจก้า) พัฒนาระบบพยากรณ์ความเสี่ยงของอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งหลังจากนี้กรมชลประทาน จะเป็นผู้รับผิดชอบระบบดังกล่าว ทั้งนี้ระบบสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 7 วัน โดยเฉพาะการพยากรณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ทั้งนี้ ระบบพยากรณ์จะมีข้อมูลของน้ำทั้งประเทศ ทั้งระดับน้ำ อัตราการไหลของน้ำ การขยายตัวของพื้นที่น้ำท่วม ณ เวลาจริง เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกร ใช้สำหรับวางแผนของตัวเอง ส่วนภาครัฐใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์พายุและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญทั่วประเทศ กรมชลฯ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 อย่างแน่นอน สำหรับน้ำท่วมที่ ต.โผงเผง จ.อ่างทอง และ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น เป็นการท่วมตามปกติ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม