
สมาร์ท เลดี้
พาดหัวอย่างนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาลนะคะ แต่กำลังจะกล่าวถึงสมาร์ท เลดี้ คนหนึ่ง ที่คาดว่าจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งอันทรงอิทธิพลในสหรัฐ เร็วๆ นี้
พาดหัวอย่างนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาลนะคะ แต่กำลังจะกล่าวถึงสมาร์ท เลดี้ คนหนึ่ง ที่คาดว่าจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งอันทรงอิทธิพลในสหรัฐ เร็วๆ นี้
ชื่อของ “เจเน็ต เยลเลน” กำลังเป็นที่กล่าวขวัญมาแรงที่สุดของเว็บข่าวทุกสำนักทั่วโลกในเวลานี้ก็ว่าได้ เพราะขึ้นมาเป็นตัวเต็งเบอร์ 1 จ่อขึ้นตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนต่อไปทันที หลังจากที่คู่แข่งสำคัญลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตขุนคลังสหรัฐ ประกาศถอนตัวไป
ถ้าได้ขึ้นมาจริงต่อจาก เบน เบอร์แนนคี ที่จะหมดวาระในปลายเดือน ม.ค. 2014 ก็จะนับเป็นผู้ว่าการหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ 100 ปี ของเฟดเลยทีเดียว
ดูจากกระแสของนักวิเคราะห์และนักเศรษฐกิจในสหรัฐเวลานี้แล้ว ผู้ว่าฯ คนต่อไปน่าจะหนีไม่พ้นรองผู้ว่าการหญิงคนนี้ เพราะชื่อในโผอีก 2 คนไม่โดดเด่นเท่า
แน่นอนว่า เยลเลน เป็นผู้หญิงฉลาด ทำงานเก่ง และแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย และถือเป็นสมาร์ท เลดี้หัวแถวระดับโลก เธอจบดอกเตอร์จากเยล เป็นอาจารย์ที่แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เป็นอดีตทีมที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจในยุค บิล คลินตัน และเป็นรองผู้ว่าการเฟดในปัจจุบัน
แต่ส่วนตัวแล้วขอยกประเด็นเรื่องเพศไว้ก่อนค่ะ เพราะสำหรับคนไทยหรือคนเอเชียแล้ว ผู้ว่าฯ เฟดจะเพศไหน จะสมาร์ทหรือไม่ ก็ไม่สำคัญเท่ากับนโยบายที่จะออกมาหลังจากนี้
สื่อหลายสำนักเคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า เยลเลน เป็นสายพิราบที่ประนีประนอม ตรงกันข้ามกับ ซัมเมอร์ส ที่เป็นสายเหยี่ยว แต่หากลองพิจารณาดูตามแนวคิดและผลงานของทั้งสองคนแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีสายพิราบจริงๆ สักคน
เยลเลน คือผู้ที่ผลักดันนโยบายคิวอี หรือการอัดฉีดเงินซื้อคืนพันธบัตรปริมาณมหาศาล ที่ทำให้เกิดเงินร้อนทะลักไปทั่วโลก และกำลังเกิดปัญหาการถอนทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ในเวลานี้ โดยยอมที่จะแลกกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและฟองสบู่สินทรัพย์ เพียงเพื่อให้อัตราว่างงานสหรัฐลดลงตามเป้า
เยลเลน ไม่ใช่พิราบแน่นอน โดยเฉพาะหากเทียบกับ เบอร์แนนคี และมีแนวโน้มด้วยว่าอาจใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
ในทางตรงกันข้าม ซัมเมอร์ส คือคนที่คิดจะชะลอคิวอีและคุมภาคการเงินให้รัดกุมขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเป็นเพราะเคยพลาด หยวนให้วอลสตรีตลงทุนเสี่ยงได้มากเกินไป และไม่เชื่อสัญญาณเตือนเมื่อครั้งวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส ในปี 2008 หรือไม่
แต่ที่แน่ๆ สมาร์ท เลดี้ คนนี้เขย่าโลกได้แน่นอนค่ะ







