
พาณิชย์ชวนรัสเซียทำเอฟทีเอ
พาณิชย์ชวนรัสเซียทำเอฟทีเอ พร้อมตั้งเป้าค้าขายเพิ่มเท่าตัวภายใน 5 ปี เป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
พาณิชย์ชวนรัสเซียทำเอฟทีเอ พร้อมตั้งเป้าค้าขายเพิ่มเท่าตัวภายใน 5 ปี เป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังหารือกับ รมว.อุตสาหกรรม และการค้ารัสเซีย ว่า ได้เสนอขายสินค้าเกษตรทั้งยางพารา ผลไม้ ข้าว และเนื้อหมู ให้กับรัสเซีย โดยตั้งเป้าว่าใน 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2561 มูลค่าการค้าจะเพิ่มเท่าตัว จากปีนี้ที่มีมูลค่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1 หมื่นล้านหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ หากสามารถขยายตลาดรัสเซียได้เพิ่มจะเป็นการขยายฐานประเทศคู่ค้าให้กับไทย นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป และกลุ่มประเทศอาเซียน โดยสินค้าที่รัสเซียบริโภคสูงและไทยน่าจะส่งออกได้ คือ สินค้าเกษตรเป็นหลัก ขณะที่รัสเซียจะโดดเด่นด้านพลังงาน ในการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้ไทย
นอกเหนือจากการค้าแล้ว ยังได้เชิญชวนให้รัสเซียเข้ามาลงทุนโดยตรงในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เช่น ยางพารา เพราะรัสเซียมียอดการผลิตรถยนต์ในระดับสูง และมีอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์คล้ายกับไทย เพราะเป็นศูนย์การประกอบรถยนต์ทุกยี่ห้อของยุโรป จึงได้เชิญชวนให้มาลงทุนในเมืองไทย
“ได้เสนอให้มีการเปิดเสรีการค้า (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยและรัสเซีย เพราะเห็นว่ารัสเซียได้ทำเอฟทีเอกับอาเซียนแล้ว จึงอยากให้มีการทำกับไทยด้วย โดยเป็นการพูดคุยในเบื้องต้น และมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและสถานทูตไทยในรัสเซียให้ดำเนินงานลงลึกในรายละเอียดต่อไป ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน และเอฟทีเอ” รมว.พาณิชย์ กล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยจะเดินทางมาเยือนรัสเซียช่วงเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้ โดยจะมีนักธุรกิจขนาดใหญ่ร่วมเดินทางมาด้วย และน่าจะมีการจับคู่ธุรกิจ (บิสสิเนส แมตชิง) กับนักธุรกิจรัสเซีย
สำหรับการส่งออกของไทยในปี 2556 ยังคงใช้เป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 7% ยังไม่มีการทบทวนเป้าหมายใหม่ โดยมอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกกลับไปจัดทำแผนกลยุทธ์ แนวทางการเติบโตของแต่ละพื้นที่ และจะมีการพบเพื่อรับข้อมูลจากภาคเอกชน และภายในสัปดาห์นี้กระทรวงพาณิชย์น่าจะกำหนดแผนภายในและนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าทั้งกระทรวงเกษตรฯ อุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อทบทวนเป้าหมายส่งออกปีนี้







