
บีบรัฐขึ้นภาษี
สศช.ส่งสัญญาณรัฐบาลกระเป๋าฉีกต้องหาช่องรีด‘แวตสรรพสามิต’เบญจายันไม่ปรับเน้นขยายฐานเพิ่ม
สศช.ส่งสัญญาณรัฐบาลกระเป๋าฉีกต้องหาช่องรีด‘แวตสรรพสามิต’เบญจายันไม่ปรับเน้นขยายฐานเพิ่ม
สศช.เตือนภัยรายจ่ายพุ่ง รายได้ลด บีบให้รัฐเก็บภาษีแวตภาษีสรรพสามิตมากขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงาน “การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การคลัง และการค้า การลงทุนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ว่า ภาคการคลังของไทยจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากรายรับที่มาจากภาษีที่ลดลง จนทำให้รัฐบาลต้องหาทางไปเพิ่มภาษีทางอ้อม เช่น การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต
สศช.ระบุว่า ผลศึกษาในกลุ่มประเทศโออีซีดี พบว่า การลดอัตราภาษีจะทำให้ฐานภาษีขยายตัว และส่งผลให้รายรับของรัฐบาลเพิ่มขึ้นในระยะยาว แต่ในบางกรณีการลดภาษีทำให้รายได้ของรัฐบาลลดลง และจะส่งผลกระทบต่อฐานะการคลัง รัฐบาลจึงต้องหารายได้จากแหล่งอื่นมาชดเชย
สศช.ยังอ้างผลการศึกษาของฮอจตันในกรณีประเทศไทย พบว่าการลดอัตราภาษีนิติบุคคลและการให้สิทธิประโยชน์ที่เสมือนเป็นการช่วยเหลือของไทยนั้น ทำให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด แต่ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ
สศช.เสนอว่า รัฐบาลควรดำเนินการปฏิรูปภาษีทั้งระบบ เพื่อรองรับผลกระทบจากรายได้ที่หายไป โดยเฉพาะการใช้ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก และภาษีสิ่งแวดล้อม
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า การลดอัตราภาษีนิติบุคคลทำให้รายได้ของภาครัฐลดลง แต่ทำอย่างไรที่รัฐบาลจะขยายฐานภาษีให้มากขึ้นโดยเฉพาะการขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ปัจจุบันรัฐบาลได้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตหลายประเภท เช่น สุรา ยาสูบ และได้ขยายระยะเวลาการลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 7% ออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2557
นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง กล่าวว่า แม้ว่ามีการลดภาษี แต่คาดว่าการเก็บรายได้จะยังทำได้ตามเป้า ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะมอบนโยบายให้กรมสรรพากรเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขยายฐานภาษีให้มากขึ้น
กรมสรรพากร ประเมินว่า การลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% จะทำให้รายได้หายไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท และหากจะชดเชยรายได้ที่หายไป กำไรของบริษัทที่เสียภาษีจะต้องเติบโตถึง 25%







