
ย้อนรอยมหากาพย์คดีฮั้วรถเรือดับเพลิง
ย้อนรอยคดีทุจริตคดีรถเรือ-ดับเพลิงที่ใช้เวลากว่า 5 ปีจึงนำมาสู้บทสรุปด้วยคำพิพากษาจำคุก"ประชา-อธิลักษณ์"
ย้อนรอยคดีทุจริตคดีรถเรือ-ดับเพลิงที่ใช้เวลากว่า 5 ปีจึงนำมาสู้บทสรุปด้วยคำพิพากษาจำคุก"ประชา-อธิลักษณ์"
กรณีการทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6.6 พันล้านบาทนับว่าเป็นหนึ่งในคดีมหากาพย์ที่ใช้เวลากว่า 5 ปีจนนำมาซึ่งข้อสรุปในวันที่ 9 ก.ย. โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย และ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล ปี 2542
กระบวนการและขั้นตอนการจัดซื้อตามโครงการดังกล่าวมีลำดับเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ วันที่ 28 พ.ค. 2546 บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียลฟาย์ซอย์ ประเทศออสเตรีย มีหนังสือถึง รมว.มหาดไทย เพื่อเสนอราคารถดับเพลิง
วันที่ 22 ก.ค. 2546 นายประชา มาลีนนท์ รมช.มหาดไทย มีบัญชาให้ กทม.พิจารณา วันที่ 4 มี.ค. 2547 นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าฯ กทม. สมัยนั้น มีหนังสือเรียน รมว.มหาดไทย ขออนุมัติโครงการเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โดยใช้เงินงบประมาณ 7,847,660,150 บาท ดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐ (ภายหลังลดราคาลงเหลือ 6,687,489,000 บาท)
วันที่ 22 มิ.ย. 2547 ครม.มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยมติ ครม.ส่วนหนึ่งระบุว่า ส่วนที่ต้อง นำเข้าจากต่างประเทศให้นำเข้าเฉพาะ ส่วนที่จำเป็นและที่ไม่มี หรือที่ไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศไทยเท่านั้น วันที่ 30 ก.ค. 2547 รมว.มหาดไทย และเอกอัครราชทูตออสเตรีย ร่วมลงนามข้อตกลงความ เข้าใจ (เอโอยู) ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรีย
วันที่ 4 ส.ค. 2547 พล.ต.อ.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย มีหนังสือเรียน กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการทำ การค้าต่างตอบแทน (เคาน์เตอร์เทรด) โดยด่วน
วันที่ 11 ส.ค. 2547 นายสมัครเห็นชอบคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งของที่จะซื้อ วันที่ 27 ส.ค. 2547 นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย อนุมัติการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. และบริษัท สไตเออร์ ร่วมลงนามในเอโอยู โดยกำหนดให้ กทม.ต้องเปิดแอลซี (Letter of Credit) ภายใน 30 วัน นับแต่มีการลงนามซื้อขาย
วันที่ 29 ส.ค. 2547 นายอภิรักษ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่อจากนายสมัคร วันที่ 23 ก.ย. 2547 นายอภิรักษ์ขอขยายเวลาการเปิดแอลซีออกไปอีก 1 เดือน
วันที่ 27 ก.ย. 2547 นายอภิรักษ์มีหนังสือแจ้งธนาคารกรุงไทยให้ระงับการเปิดแอลซี วันที่ 30 ก.ย. 2547 นายอภิรักษ์มีหนังสือเรียน รมว.มหาดไทย ให้พิจารณาทบทวนการจัดซื้อ
วันที่ 7 ต.ค. 2547 นายสมศักดิ์ คุณเงิน เลขานุการ รมว.มหาดไทย มีหนังสือแจ้ง กทม. ให้ดำเนินการเปิดแอลซีเพื่อไม่ให้ผิดสัญญา
วันที่ 12 ต.ค. 2547 นายอภิรักษ์มีหนังสือถึง รมว.มหาดไทย เพื่อขอให้ทบทวนอีกครั้ง วันที่ 5 พ.ย. 2547 รมว.มหาดไทย มีหนังสือสั่งการผู้ว่าฯ กทม. ว่าสัญญาการค้าต่างตอบแทนถูกต้องแล้ว วันที่ 10 ม.ค. 2548 นายอภิรักษ์มอบหมาย ให้นายนิยม กรรณสูต ผู้อำนวยการ สำนักป้องกันฯ เป็นผู้รับมอบอํานาจในการเปิดแอลซี
ต่อมาในช่วงปี 2549 มีการส่งมอบรถและเรือดับเพลิงมาเก็บไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ถัดมามีการร้องเรียนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และต่อโอนไปให้ คตส. สอบสวน ต่อมา คตส.หมดอายุในวันที่ 30 มิ.ย. 2551 จึงได้โอนคดีไปให้ ป.ป.ช.สอบสวน และมีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2551 โดยมีผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. 2.นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯ กทม. 3.นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 4.นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 5.นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 6.พล.ต.ต.อธิรักษ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.และ 7.บริษัท สไตเออร์ฯ คู่สัญญา จากออสเตรีย
หลังจากนั้นคดีไปอยู่ในชั้นอัยการอยู่ประมาณ 2 ปี จนสุดท้าย ป.ป.ช.ตัดสินใจฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลได้ประทับรับฟ้องในเดือนสิงหาคม 2554 โดยศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในเดือน พ.ย. 2554 เป็นต้นมา จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ค. 2556 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไต่สวนพยานนัดสุดท้ายและได้ให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีไปเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ก่อนจะนำมาสู่การมีคำพิพากษาในวันที่ 10 ก.ย.







