
สุรนันทน์โต้วสันต์ยันรัฐไม่ทำผิดรธน.
เลขาธิการนายกฯ โต้ วสันต์ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทำผิดรธน. กรณีไม่แถลงผลงานรัฐบาลภายใน 1 ปี ระบุ ส่งรายงานผลการดำเนินการของครม.ให้รัฐสภาแล้ว โยนสภาไม่บรรจุวาระเอง
เลขาธิการนายกฯ โต้ วสันต์ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทำผิดรธน. กรณีไม่แถลงผลงานรัฐบาลภายใน 1 ปี ระบุ ส่งรายงานผลการดำเนินการของครม.ให้รัฐสภาแล้ว โยนสภาไม่บรรจุวาระเอง
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมากล่าวถึงการกระทำขัดรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ดังนี้ ประเด็นเรื่อง การไม่แถลงผลงานรัฐบาลภายใน 1ปี นับแต่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 วรรคสอง กำหนดให้คณะรัฐมนตรีจะต้องจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินการ เสนอต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง โดยภายหลังที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 รัฐบาลได้เริ่มบริหารประเทศเรื่อยมาซึ่งครบกำหนด1ปี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม2555 รัฐบาลจึงได้ดำเนินการจัดทำรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือเรียนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อส่งรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี ดังกล่าว เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 75 วรรคสอง บัญญัติไว้เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการเสนอรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 แล้ว จึงถือว่า ได้รัฐบาลได้กระทำการตามหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ส่วนกรณีที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงผลงานรัฐบาล ต่อรัฐสภานั้น ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งโดยถือเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา (ฝ่ายนิติบัญญัติ) ที่จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้เอง ซึ่งรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารจะไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงหรือแทรกแซงใช้อำนาจดังกล่าวได้ หากรัฐบาลเข้าไปก้าวล่วงหรือแทรกแซง ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
สำหรับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ถือเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ที่มีนโยบายยกระดับสินค้าเกษตร และให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพที่เหมาะสม รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาสูงเพียงพอเมื่อเทียบกับต้นทุน และนำระบบจำนำสินค้าเกษตรมาใช้ในการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มต้นจากการรับจำนำข้าว ดังนั้น จึงถือเป็นแนวทางที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าวที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ทั้งนี้ถือเป็นโครงการที่มุ่งประสงค์จะช่วยเหลือโดยการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยเป็นสิทธิของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ก็ได้โดยมิได้มีการบังคับแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 84(8)ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจโดยคุ้มครอง และรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาด ส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุดจึงเห็นได้ว่าการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ให้คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรและส่งเสริมให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด







