
ฝนทิ้งช่วงอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงใกล้วิกฤต
ชลประทานโคราชสั่งอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงหยุดการระบายน้ำหลังมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียง 17%
ชลประทานโคราชสั่งอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงหยุดการระบายน้ำหลังมีปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียง 17%
ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 กล่าวถึงสถานการณ์ระดับน้ำภายในอ่างเก็บน้ำหลังทั้ง 5 แห่ง ในพื้นที่จ.นครราชสีมา ที่มีปริมาณน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 37 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ โดยอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำ 81 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 25 % ของความจุที่ระดับกักเก็บ 314 ล้าน ลบ.ม. , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำ 18.620 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 17 % ของความจุที่ระดับกักเก็บ 110 ล้าน ลบ.ม. , อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำ 134 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 48 % ของความจุที่ระดับกักเก็บ 275 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำ 49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 34 % จากความจุกักเก็บทั้งหมด 141 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ.เสิงสาง มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 51 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 52 % จากความจุกักเก็บทั้งหมด 98 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งระดับน้ำที่ลดลงเนื่องจากทางชลประทานได้สั่งให้อ่างเก็บน้ำทุกอ่าง (ยกเว้นอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย) ได้มีการระบายน้ำออกไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ทำการเพาะปลูกในพื้นที่เขตชลประทาน เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 600-700 ลูกบาศก์เมตร เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโต หลังจากในหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง
ม.ล.อนุมาศ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ทางชลประทานต้องสั่งยกเลิกการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง เนื่องจากปริมาณน้ำขณะนี้เหลืออยู่เพียง 17 เปอร์เซ็นต์ของความจุ เพื่อจะต้องรักษาระดับในเพื่อเก็บไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค หลังจากก่อนหน้านี้อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ได้มีการระบายน้ำออกไปช่วยเหลือเกษตรในพื้นที่ อีกทั้งปริมาณน้ำบางส่วนก็ได้มีการพร่องน้ำลงไปในอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ที่สามารถกักเก็บน้ำได้กว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมจากภาคเหนือจะเคลื่อนตัวมายังภาคตะวันออกเฉียงเนหือ ในช่วงกลางเดือนก.ย.ก็จะทำให้ในทุกพื้นที่มีปริมาณฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ปริมาณน้ำทุกอ่างได้เป็นไปตามแผนการจัดการน้ำในช่วงที่ 2 คือแผนการจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ที่ทางชลประทานได้วางแผนไว้







