
น้องเณรคำเข้าให้ปากคำดีเอสไอแล้ว
"สุริ"พบดีเอสไอ ยังปิดปากเงียบ ยืนยันให้การในชั้นศาลเท่านั้นพนักงานสอบสวนเผยพบทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านที่แม่สอด
"สุริ"พบดีเอสไอ ยังปิดปากเงียบ ยืนยันให้การในชั้นศาลเท่านั้น ด้านพนักงานสอบสวนเผยพบทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านที่แม่สอด
นายสุริ สุขผล น้องชายของนายวิรพล สุขผล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ เข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้ปากคำกรณีที่นายสุริ ยอมรับว่า เคยมีสัมพันธ์กับผู้หญิงสาวที่อ้างว่า เป็นภรรยาและมีลูกชายกับอดีตหลวงปู่เณรคำ ทั้งนี้นายสุริปฏฺิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ยืนยีนให้การในชั้นศาลเท่านั้น
พ.อ.ชัชนันท์ เมธีธรรมมาภรณ์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีที่เกี่ยวกับการกระทำชำเราเด็กของอดีตหลวงปู่เณรคำให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดีไปแล้ว วันนี้พนักงานสอบสวน จึงจะสอบปากคำ นายสุริ ในประเด็นความเกี่ยวข้องกับอดีตหลวงปู่เณรคำ ทั้งเรื่องของพฤติกรรมและทรัพย์สินของอดีตหลวงปู่เณรคำ ส่วนการลงพื้นที่สอบปากคำผู้เสียหายจำนวน 5 คน ในพื้นที่ 2 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าอดีตหลวงปู่เณรคำไปแอบอ้างพร้อมหลอกลวงเอาทรัพย์สิน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท โดยทั้งหมดได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ซึ่งข้อมูลนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะรวบรวมไว้ในสำนวนคดีฉ้อโกง ที่ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
"ขณะนี้ดีเอสไอสรุปสำนวนคดีล่วงละเมิดทางเพศส่งฟ้องอัยการไปแล้ว ดังนั้น การตรวจดีเอ็นเอจึงไม่จำเป็นแล้ว ทั้งนี้การสอบปากคำนายสุริจะสอบในทุกประเด็นตามข้อหาหลักของอดีตเณรคำ สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเณรคำขณะนี้พบทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่อ.แม่สอด จ.ตาก ดังนั้น ยืนยันได้ว่าทรัพย์สินมีอยู่จริงแน่นอน ดีเอสไออยู่ระหว่างพยายามติดตามขยายผลเพราะเชื่อว่าความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีการทำกันเป็นขบวนการ"พ.อ ชัชนันท์ กล่าว
ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษ พร้อมความเห็นสั่งฟ้องอดีตหลวงปู่เณรคำ รวม 4 ข้อหา ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจาร พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่ออนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม /กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และกระทำอนาจารเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาไปเพื่อการอนาจาร







