posttoday
โวยปชป.ยื่นถอด"นิคม"หวังดิสเครดิตการเมือง

โวยปชป.ยื่นถอด"นิคม"หวังดิสเครดิตการเมือง

05 กันยายน 2556

เพื่อไทยซัดฝ่ายค้านยื่นถอดถอน "นิคม" หวังดิสเครดิตการเมือง จี้ปชป.คิดหนุนม็อบยางควรลาออกจากการเป็นสส.

เพื่อไทยซัดฝ่ายค้านยื่นถอดถอน "นิคม" หวังดิสเครดิตการเมือง จี้ปชป.คิดหนุนม็อบยางควรลาออกจากการเป็นสส.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การที่วิปฝ่ายค้านเตรียมยื่นถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ออกจากตำแหน่งและยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ให้ระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ซึ่งการที่ฝ่ายค้านกล่าวหานายนิคมว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางขัดกับรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ เห็นได้จากการอนุญาตให้ผู้เสนอคำแปรญัตติขัดที่ขัดต่อหลักการทั้ง 57 คนได้อภิปราย ถือเป็นการอะลุ่มอล่วยแก่สมาชิกรัฐสภาอย่างมาก ดังนั้น เห็นว่าสส.พรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ทำหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับรัฐสภามากที่สุดจากพฤติกรรมต่างๆที่ผ่านมา

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่านายนิคม มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งในสมัยหน้านั้น ก็เห็นว่านายนิคมทำหน้าที่ตามปกติ เพราะการแก้ไขที่มาสว.ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครคนหนึ่ง และเป็นไปตามมติที่ประชุม ไม่ใช่นายนิคมไปแก้ไขเพื่อขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง หากทำแบบนี้จะถือเป็นการเอื้อประโยชน์มากกว่า จึงมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเกมการเมือง ดิสเครดิต

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของสว.ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้ง 200 คนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีสิทธิ์เลือกสว.ด้วยตัวเอง การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน อยากให้คงสว.สรรหาไว้อยู่นั้น เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำการดูถูกประชาชนและทำตัวไม่ต่างกับทายาทเผด็จการ

ส่วนการที่ประธานรัฐสภาสั่งปิดประชุมเมื่อวานนี้ (4ก.ย.) ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ตามปกติ และถือเป็นความผิดพลาดของพรรคประชาธิปัตย์เองที่ไม่เสนอญัตติให้อภิปรายต่อหลังจากที่สส.รัฐบาลเสนอญัตติให้ปิดประชุมแล้ว เพราะฝ่ายค้านมัวแต่ประท้วงไม่สนใจว่าประธานได้สั่งให้ลงมติในมาตรา 5 แล้ว เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แพ้เสียงโหวตก็ไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่การกระทำการแบบนี้จึงเหมือนขี้แพ้ชวนตี

ส่วนกรณีม็อบชาวสวนยางปักหลักชุมนุมประท้วงอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ในบางพื้นที่ เช่น จ.สตูล ได้มีการพูดคุยและพบว่าชาวบ้านมีความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ราคายางพาราสูงขึ้น แต่ก็พบว่ามีบางส่วนยังปักหลักชุมนุมกันอยู่ ซึ่งยืนยันว่าม็อบประกอบด้วยประชาชน 2 กลุ่ม คือ คนในพื้นที่ประมาณ 30% และคนนอกพื้นที่ถึง 70% 

"ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นและจะเร่งดำเนินการแก้ไข โดยขอให้พรรคฝ่ายค้านอย่าซ้ำเติมรัฐบาล ด้วยการทำการเมืองแบบเดิน 2 ขา ทั้งในและนอกสภา ซึ่งแทนที่พรรคประชาธิปัตย์จะนำปัญหาชาวสวนยางมาคุยกับรัฐบาลแต่กลับประกาศว่าจะเข้าร่วมม็อบด้วย”"นายพร้อมพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี เห็นว่าเรื่องนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างแน่นอน ซึ่งเห็นว่าสส.ที่ไปชุมนุมกับม็อบควรลาออกให้เป็นเรื่องเป็นราว และการที่ฝ่ายค้านบอกว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วทำอะไรไม่ได้นั้นไม่จริง และสิ่งที่พยายามโจมตีว่ารัฐบาลมี 2 มาตรฐานในการช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ก็ไม่เป็นความจริงอีก เพราะสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พูดนั้น ก็แค่ดีแต่พูด ฉะนั้นอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง และจะรวบรวมหลักฐานว่ามีเครือญาติสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้ไปเกี่ยวข้องกับม็อบสวนยางอย่างไร เพื่อจะเอาผิดต่อไป และขอเตือนผู้ชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน