posttoday
ภูมิภาคนิยมหนักข้อ 2 มาตราฐาน "ยาง-ข้าว"

ภูมิภาคนิยมหนักข้อ 2 มาตราฐาน "ยาง-ข้าว"

05 กันยายน 2556

ปัญหาราคายางพาราตกต่ำออกอาการบานปลายขยายวงรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะไม่มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวสวนยางแล้ว

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ปัญหาราคายางพาราตกต่ำออกอาการบานปลายขยายวงรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะไม่มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวสวนยางแล้ว ท่าทีการแก้ปัญหาจากภาครัฐซึ่งดูจะไม่จริงจังเอาใจใส่จนถูกมองว่าเลือกปฏิบัติสองมาตรฐานกำลังซ้ำเติมให้ปัญหาลุกลามบานปลายเพิ่มขึ้น

ล่าสุด ความพยายามเจรจาหาทางออกร่วมกันระหว่างตัวแทนกลุ่มเกษตรกรสวนยาง 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ปักหลักชุมนุมอยู่หน้าสหกรณ์โคออป อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กับ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ยังไร้ข้อสรุป

เมื่อกลุ่มเกษตกรยังยืนยันมติเดิม คือ ให้รับซื้อยางรมควันกิโลกรัม (กก.) ละ 101 บาท ยางแผ่นดิบชั้น 3 กก.ละ 92 บาท น้ำยางสด กก.ละ 82 บาท และยางถ้วย กก.ละ 83 บาท โดยให้ประกันราคา ณ จุดรับซื้อและชดเชยส่วนต่างจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนเท่านั้น

แต่ด้วยสถานะคนกลางไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ พล.ต.ต.ธวัช จึงทำได้แต่เพียงแค่รับข้อเรียกร้องไปเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ สุดท้ายปัญหาก็กลับมาอยู่ในวังวนเดิม

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรเองก็ดูจะไร้ทิศทาง เพราะหลังจากที่ “มนูญ อุปลา” แกนนำเกษตรกรประกาศยุติเวทีเพื่อไปรอฟังผลประชุม กนย. แต่ทว่า “เสงี่ยม เกิดสมบัติ” แกนนำที่เคยชุมนุมปิดถนนทางหลวงเอเซีย 41 นำผู้ชุมนุมกว่า 3,000 คน เดินเท้าออกจากโคออปมุ่งหน้าไปปิดถนนที่บริเวณจุดตัดทางแยกถนนทางหลวงเอเซีย 41 กับถนนทางหลวง 417 และได้แยกผู้ชุมนุมไปปิดถนนสายพุนพินท่าฉาง ส่งผลให้เส้นทางสัญจรเข้าสู่ อ.พุนพิน และ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และเส้นทางสู่ภาคใต้เป็นอัมพาตต่อไป

ปัญหาความเดือดร้อนเที่ยวนี้จึงคาราคาซังและหนักข้อมากขึ้น เมื่อท่าทีของรัฐบาลหมางเมิงไม่เอาใจใส่แก้ปัญหาที่ต้นสายปลายเหตุ

คู่ขนานไปกับกระแสโจมตีว่ารัฐบาลไม่สนใจแก้ปัญหาราคายาง เพราะพื้นที่ปลูกยางส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงของประชาธิปัตย์ ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่สนใจลงไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งที่ความจริงแล้วพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ถือเป็นแค่ส่วนหนึ่งของพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศ 57 จังหวัด

ที่สำคัญกระแสนี้ดูจะไปสอดรับกลับท่าทีพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเอาใจพื้นที่มี สส.มากกว่าพื้นที่ที่ไม่มี สส.

การกดดันรัฐบาลด้วยการปิดถนนเส้นทางหลักในพื้นที่ภาคใต้ จึงไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับรัฐบาลเท่าไหร่นัก ตรงกันข้ามความเดือดร้อนย่อมส่งผลกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องสัญจรไปไหนมาไหนในพื้นที่มากกว่าสุดท้ายแรงกดดันในพื้นย่อมจะย้อนกลับมาเป็นปัจจัยที่ทำให้แกนนำยอมเปิดพื้นที่เองในที่สุดเอง

ล่าสุด มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำปมปัญหาเรื่อง “สองมาตรฐาน” เพราะ ครม. มีมติเห็นชอบอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมในโครงการรับจำนำข้าวอีก 2.7 แสนล้านบาท รับจำนำข้าวนาปีเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวนาปรัง 1.3 หมื่นบาท รวมงบประมาณในโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาหลายแสนล้านบาท

งบก้อนใหญ่ที่ถมลงไปในพื้นที่ จึงมองว่าเป็นไปเพราะซื้อใจรักษาฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่มีฐานอยู่ในอีสานและพื้นที่ภาคเหนือ

ต่างจากเกษตกรชาวสวนยางที่ข้อเรียกร้องให้ประกันราคาที่ กก.ละ 101 บาท กลับถูกมองข้ามไร้การเหลียวแล ทั้งที่หากคำนวณกันจริงแล้วๆ น่าจะใช้งบประมาณเพียงแค่ 8 หมื่นล้านบาท และยางที่เข้ามาในโกดังรัฐบาลยังสามารถเก็บไว้ไม่เน่าเสีย สามารถไปเจรจากับประเทศคู่ค้าได้

นี่จึงยิ่งทำให้ความรู้สึกเรื่องเลือกปฏิบัติชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อมติ ครม.วันเดียวกันกลับอนุมัติเงินช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตยางพาราไร่ละ 1,260 บาท ไม่เกิน 10 ไร่

ไม่แปลกที่ชาวสวนยางจะไม่ขานรับแนวทางช่วยเหลือของรัฐบาลเที่ยวนี้ เพราะเงินส่วนนี้จะส่งตรงเข้าบัญชีของเจ้าของสวนยางไม่ถึงมือเกษตรกรที่กรีดยาง ทั้งที่ความจริงแล้วจำนวนของเกษตรกรที่กรีดยางมีมากกว่าเจ้าของสวนยาง

ยิ่งกว่านั้นหากคำนวณผลผลิตต่อไร่ที่ 1 ปี เฉลี่ยจะกรีดยางได้ 150 วัน 1 วันกรีดได้ประมาณ 3 กก. 1 ปีจะได้ 450 กก. ดังนั้นหากได้รับเงินอุดหนุน 1,260 บาท นั่นเท่ากับได้เงินเพิ่ม 3.50 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับราคาตลาดปัจจุบันประมาณ 7080 บาท และเป้าหมายของเกษตรกรที่ต้องการเรียกร้องให้ได้ 101 บาท

ท่าทีการแก้ปัญหาราคายางเปรียบปัญหาราคาข้าวของรัฐบาลนี้ จึงกระตุ้นให้เกิดกระแสภูมิภาคนิยมเพิ่มมากขึ้น หนำซ้ำยังลุกลามบานปลายกระทบไปถึงความขัดแย้ง แบ่งสีแบ่งฝ่ายในสังคมที่ฝังรากลึกมานาน

หากย้อนดูท่าทีการชุมนุมใหญ่ของเกษตรกรสวนยางในวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือเกษตรกรทั่วประเทศว่าจะชุมนุมในภูมิภาคต่างๆ พร้อมๆ กันแต่สุดท้ายก็เหลือเพียงแค่พื้นที่ภาคใต้เป็นหลักจะมีเพียง จ.ระยอง และจังหวัดอื่นๆ เล็กน้อย

ส่วนพื้นที่อีสานซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางพาราอีกแหล่งของประเทศกลับไม่มาชุมนุมตามที่นัดหมายเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่ว่ากันว่าจะมาชุมนุมกันหลายพันคนสุดท้ายกลับไม่มีใครมาชุมนุม

ปรากฏการณ์ภูมิภาคนิยมจึงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลให้ความขัดแย้งในสังคมกว้างขึ้นเรื่อยๆ หากไม่เร่งแก้ไขหรือปล่อยให้สภาพนี้ยืดเยื้อต่อไปย่อมทำให้ความปรองดองไม่อาจเกิดขึ้นในสังคม

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69