
สัตว์การเมือง
ถ้าเจ้าสิงสาราสัตว์ในเขาดินมันได้ยิน ก็คงยกมือประท้วงทั่นประธานกันพึ่บพั่บ อยู่เฉยๆ สส.ผู้ทรงเกียรติฝั่งตรงข้ามอภิปรายรัฐธรรมนูญอยู่ดีๆ พาดพิงไม่มีปี่มีขลุ่ย
ถ้าเจ้าสิงสาราสัตว์ในเขาดินมันได้ยิน ก็คงยกมือประท้วงทั่นประธานกันพึ่บพั่บ อยู่เฉยๆ สส.ผู้ทรงเกียรติฝั่งตรงข้ามอภิปรายรัฐธรรมนูญอยู่ดีๆ พาดพิงไม่มีปี่มีขลุ่ย
ช่วงนี้ใครดูการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภาทางทีวี เขากำลังพิจารณาเรื่องสำคัญระดับชาติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ที่มา สว.” กันอยู่ แต่แทนที่จะช่วยออกแบบให้ได้ สว.ก้าวหน้า ดีขึ้น ดันถอยหลังเข้าคลอง เพราะให้ย้อนกลับไปมี “สภาผัวเมีย” เหมือนเดิม ไม่รู้ ฯพณฯ ใช้อะไรคิด
เสียงต้านในสภาเลยกระหึ่ม ค้านกันทุกรูปแบบ จึงเห็นกลเม็ดการประท้วงหลากหลาย เล่นเอาชาวบ้านรู้สึกระอา
สส.จากพรรคเพื่อไทย “สาวเดียร์” ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สร้างวาทกรรมกลางสภาจน (ฮือ)ฮาทั้งเมือง “เกิดมาสวยช่วยไม่ได้” ลุกขึ้นประท้วงสส.หญิงประชาธิปัตย์ ว่า “ข้องใจใครกรีดเสียงโหยหวนเหมือนชะนี ไม่รู้ว่าอยู่ในสภาหรือเขาดินกัน”
ไม่แต่ชะนี แต่มวลสมาชิกในเขาดินได้ยินเลย“สาวเดียร์” คงสะดุ้ง ขอท้วงท่านประธานซักที ฉันอยู่ของฉันดีๆ ไปเหยียบตาปลาใครมิทราบ!@!
เหล่านางสิงห์ เจ้าเสือ อีเห็น เต่าดำ ถ้าพูดได้ก็คงอ้อนวอนให้ทั่นผู้แทนทำตัวให้สมเกียรติบ้างเถอะ ยังอยู่ในสภาอันทรงเกียรติทั้งที แต่พฤติกรรมหาใช่ไม่ จนผู้สื่อข่าวสภาประเคนฉายาให้แต่ละปี “ถ่อยเถื่อนถีบหลังยาวผลาญภาษีปลอกคอพันธุ์ชินกระดองปูแดงสภาทาส” ยังไม่สาสมอีกเหรอ
พูดจาให้ไพเราะซักนิด เลิกชูเกือก เปิดภาพโป๊ นอนหลับคาสภา ทำตัวให้มีอารยะสมกับที่ใส่สูทอ้างเป็นตัวแทนประชาชีมาจากการเลือกตั้ง และอย่างน้อยก็ควรเคารพเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม เขามีสมาชิกนับพันชีวิตเชียวนะ
ฝั่งสภาไทย นับจำนวน สส.สว. บวกประธานค้อนปลอมอีกหนึ่ง ก็แค่ 600 กว่าคน แต่มาจริงๆ มีเท่าไรเชียว เห็นแต่ลายเซ็น แต่ไม่มีตัว
ฝั่งไหนมีมากกว่ากันก็เกรงใจกันนิด
มิเท่านั้น สืบสาวประวัติเขาดินก็ได้รู้ว่า เขาเป็น “เจ้าถิ่น” เกิดมาก่อนรัฐสภาถนนอู่ทองในเสียอีก
ความเป็นมาร่วมร้อยปีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5ในปี 2438 เดิมที่แห่งนี้เป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ใช้เป็นที่เสด็จประพาส ยังไม่มีการนำสัตว์ชนิดใดมาเลี้ยงไว้
หลังสิ้นรัชกาล พระราชอุทยานสวนดุสิตแห่งนี้ ถูกปล่อยทิ้งรกร้างหลายสิบปี มาเป็นสวนสัตว์ดุสิตในปี 2481 ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ขอพระราชทานสร้างเป็นสวนสัตว์ สร้างเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนจากนั้นเป็นต้นมา
วันนี้เขาดินมีอายุ 75 ปี เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันมีสัตว์ป่า สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก สัตว์ในประเทศ สัตว์หายากต่างประเทศ รวมกว่า 1,600 ชีวิต
ส่วนรัฐสภา ถนนอู่ทองใน ตรงข้ามเขาดิน เปิดใช้เมื่อปี 2517 มีอายุ 39 ปี เป็นรัฐสภาแห่งที่สองต่อจากพระที่นั่งอนันตสมาคมที่เลิกใช้
ดังนั้น ทำอะไรก็ควรให้เกียรติ “ผู้มาอยู่ก่อน” หลายครั้ง สัตว์เหล่านี้ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ก็ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง เพียงเพราะตั้งอยู่ใกล้กับรัฐสภา
โดยเฉพาะตอนที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายม็อบเหลือง เล่นเอาเหล่าสัตว์น้อยใหญ่น้ำตาไหลพรากเพราะฤทธิ์แก๊ส ถึงขนาดที่ จิ้งโจ้ นกกระเรียนถูกย้ายไปสวนสัตว์โคราช ขณะที่ช้างบางส่วนถูกขนย้ายไปสงขลา อยุธยา ทำให้เขาดินเหลือเพียงช้างปูนปั้นให้ดูต่างหน้าแทน
ด้วยที่ตั้งของรัฐสภาไทยอยู่ใกล้กับเขาดิน สภาไทยเลยถูกล้อมาตลอดว่าเป็น “เขาดิน 2” เพราะพฤติกรรมโห่ฮา วุ่นวายในสภา ทั้งที่ความจริงเขาดินไม่เกี่ยวอะไรด้วย มันอยู่อย่างสงบเงียบ ร่มเย็นเป็นธรรมชาติ แถมยังน่าสงสาร เพราะถูกกรงขัง ต่างจากผู้แทนบางคนประท้วงยียวนจนน่าจับไปขังกรงแทน
พื้นที่กว้างขวางร่วมร้อยกว่าไร่ อุดมด้วยไม้ใหญ่และแหล่งอาหาร เขาดินเลยเป็นสถานที่ชุมนุมของสัตว์
หลายครั้งเวลามันแวะผ่านไปแถวรัฐสภาไทย มันเลยทำหน้าที่ “สัตว์การเมือง” ถูกเขียนข่าวโยงว่า ลางร้ายของบ้านเมืองใกล้เข้ามาแล้ว
“ตัวเงินตัวทอง” พบเห็นเป็นประจำ ทั้งเดินเป็นคู่ ไปเดี่ยว ไซส์เล็ก ไซส์เขื่อง ไม่เกรงกลัวสส. บางทีก็โผล่แถวร้านกาแฟสโมสรสภา บ้างก็ไปแลบลิ้นทักทายท่านผู้ทรงเกียรติขณะเดินเข้าสภา แต่ที่ครึกโครมก็ล่าสุดที่บุกประชิดไปถึงช่องแอร์เพดานห้องโถงสภาใต้พื้นที่ สส.นั่งประชุมออกทีวี ในช่วงกำลังมีการยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เล่นเอาแตกตื่นไปทั่ว แต่ สส.ฝ่ายรัฐบาล ยิ้มสู้ไปว่า แม้แต่ตัวเงินตัวทองก็อยากเห็นบ้านเมืองปรองดองเช่นกัน
“อีกา” ครั้งหนึ่งมาเป็นฝูงบินป้วนเปี้ยนขณะ ยงยุทธ ติยะไพรัช กำลังแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งประธานสภา จากคดีใบแดง ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 เลยถูกแซวว่า แม้แต่ “อีกาก็ร้องรับ”
“งูเหลือม” ใหญ่ยาว 3 เมตร พันรอบต้นหมากหลังศาลพระสยามเทวาธิราช ท่านรองประธานสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ บอกว่า เป็นลางดี ไม่มีลางร้าย
“ผึ้งหลวง” เมื่อ 2 ปีก่อนมีข่าวว่าแห่มาทำรังใต้หลังคารัฐสภา เลยลือว่าจะเกิดจุดเปลี่ยนการเมืองในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์
แม้แต่ “ปลาคาร์ป” ที่เลี้ยงไว้ตรงบ่อหน้าทางเดินเข้าสภาหลายร้อยตัว แต่งแต้มสีสันช่วยบรรยากาศผ่อนคลายเป็นสัญลักษณ์ของสภาไทย ต้องมาลอยตายอืด เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็เป็นข่าวในเชิงขบขันไปว่า สงสัยเครียดเพราะสภาประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กระมัง
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประชด เสียดสี การเมือง อย่างไร แต่ความจริงแล้ว นักการเมืองต่างหากที่เป็น “สัตว์การเมือง”
นึกถึงข่าวที่เม็กซิโกหลายเดือนก่อน ที่ชาวเมืองส่งเจ้าแมวเหมียวอายุ 10 เดือนลงเลือกตั้งท้องถิ่นประจำเมืองฮาลาปา รัฐเวรากรูซ เพราะเบื่อนักการเมืองฉ้อฉลไร้ประสิทธิภาพ รณรงค์ว่า “เบื่อหนู เลือกแมว” ซึ่งหนูหมายถึง นักการเมืองที่สกปรก ที่สุดได้รับการสนับสนุนล้นหลาม เพราะคนหน่ายการเมือง
ดูไว้เป็นตัวอย่าง ทำตัวให้น่ารัก อย่าคอร์รัปชั่น เดี๋ยวสมาชิกเขาดินจะฮือมายึดเก้าอี้ในสภา ฯพณฯ อาจได้ไปอยู่ในกรงขังสลับกันแทน







