
แจ้งจับส.ส.ปชป.ร่วมม็อบสวนยางข้อหาก่อการร้าย
พ.ต.ต.เสงี่ยม แจ้งความจับ 6 ส.ส.ปชป.ร่วมม็อบสวนยางชะอวด ฐานก่อการร้าย ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ
พ.ต.ต.เสงี่ยม แจ้งความจับ 6 ส.ส.ปชป.ร่วมม็อบสวนยางชะอวด ฐานก่อการร้าย ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ
พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ กองกำกับการ 5 กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายวิทยา แก้วภราดัย นายถาวร เสนเนียม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายอภิชาติ การิกาญจน์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายเทพไท เสนพงศ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ในความผิดฐานก่อการร้าย ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวว่า ภายหลัง สส.พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มดังกล่าว ได้เข้าร่วมกับกลุ่มบุคคลในนามเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพารา โดยมีการปิดถนนและสถานีรถไฟใน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จนเป็นเหตุให้การคมนาคมขนส่งและการติดต่อสื่อสารในพื้นที่ภาคใต้ ต้องหยุดชะงักสร้างความเสียหายกับประชาชนทั่วไปและทางเศรษฐกิจด้วย นอกจากนี้ม็อบดังกล่าวยังมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่จนต้องได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ส่วน สส.กลุ่มนี้ ก็ยังมีการพูดในเวทีผ่าความจริง ปลุกระดมชาวสวนยางให้กระทำการดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายร้ายแรงหลายในข้อหา
พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวต่อว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเหล่านี้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายมานานนับเดือนแล้ว ที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยส่ง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าเจรจากับเกษตรกรชาวสวนยางตัวจริง ที่ออกมาเรียกร้องแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยอมรับข้อตกลงในการปรับราคารับซื้อยางพาราที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือชดเชยเกษตรกรในด้านอื่นๆ ทั้งเรื่องของที่ดินทำกิน ราคาปุ๋ย ฯลฯ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพอใจและยอมยกเลิกการชุมนุมไปแล้ว มีเพียงส่วนที่ถูกปลุกระดมให้สร้างความวุ่นวายเท่านั้นที่ยังคงไม่ยอมยุติการชุมนุม
“ผมมาแจ้งความครั้งนี้ในฐานะส่วนตัว และมีหลักฐานทั้งที่ปรากฎในสื่อมวลชนหลายแขนง ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่ม สส.ดังกล่าว กับพวก หากมีผู้ที่ปรากฎภาพอยู่ในการชุมนุมด้วยก็ขอให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด” พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ในเบื้องต้นก่อน โดยจะพิจารณาดูองค์ประกอบว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นข้อหาก่อการร้าย ซึ่งมีข้อยกเว้นสำหรับกรณีการชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้รัฐช่วยเหลือที่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็จะเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป.







