posttoday
โพลเผยคนอยากเห็นสื่อสร้างสังคมสงบสุข

โพลเผยคนอยากเห็นสื่อสร้างสังคมสงบสุข

29 สิงหาคม 2556

เอแบคโพลเผยคนไทยให้ความสำคัญสื่อสาธารณะ91.8%อยากเห็นสื่อทำหน้าที่ลดขัดแย้งสร้างสังคมสงบสุข

เอแบคโพลเผยคนไทยให้ความสำคัญสื่อสาธารณะ91.8%อยากเห็นสื่อทำหน้าที่ลดขัดแย้งสร้างสังคมสงบสุข

นายนพดล กรรณิกา ประธานเครือข่ายวิชาการทำประชาพิจารณ์และสาธารณมติเพื่อนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดโครงการวิจัย “สื่อดี การเมืองดี ประชาชนมีสุข” กล่าวจากผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อสถานการณ์ปัญหาบ้านเมืองของประเทศในปัจจุบันกับบทบาทของสื่อและนักการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปี จำนวน 2,267 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15–28 ส.ค. พบว่า สถานการณ์ปัญหาสำคัญมากที่สุดของบ้านเมืองขณะนี้ พบว่า ร้อยละ 48.2 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และค่าครองชีพ รองลงมาคือ ร้อยละ 36.7 ระบุปัญหาสังคม อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาคุณภาพเด็กและเยาวชน ในขณะที่ร้อยละ 15.1 ให้ความสำคัญกับปัญหาการเมือง ความวุ่นวายทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
         
เมื่อถามถึง ความสำคัญของสื่อสาธารณะในระบอบประชาธิปไตย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.9 ระบุ สำคัญมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 17.1 ระบุสำคัญน้อยถึงไม่สำคัญเลย โดยประเภทของสื่อสาธารณะที่สำคัญที่สุดต่อสถานการณ์ปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ พบว่า สื่อยุคใหม่ ได้แก่ ไลน์ (LINE) ยูทูบ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และเว็บไซต์ต่างๆ เป็นต้น รองลงมาคือ ร้อยละ 21.5 ระบุเคเบิลทีวี ร้อยละ 20.5 ระบุฟรีทีวี โทรทัศน์ช่อง 3 5 7 9 11 และทีวีไทย ในขณะที่ร้อยละ 10.8 ระบุเป็นหนังสือพิมพ์ และร้อยละ 7.3 ระบุเป็นวิทยุ ตามลำดับ

นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.6 ยอมรับว่า สื่อต่างๆ มีบทบาทมากถึงมากที่สุดในการทำให้บ้านเมืองมั่นคง สงบสุขหรือวุ่นวาย สร้างปัญหาเดือดร้อนต่อประชาชนได้
         
เมื่อวิเคราะห์ถึงหน้าที่สำคัญของสื่อสาธารณะที่ประชาชนอยากเห็นในสถานการณ์ ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 91.8 อยากเห็นการทำหน้าที่สื่อสารเพื่อลดความขัดแย้ง สร้างความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่วุ่นวาย รองลงมาคือ ร้อยละ 87.5 อยากเห็นการสื่อสารเพื่อความปลอดภัยแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร้อยละ 84.6 อยากเห็นการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ บนความเป็นจริง ใช้เหตุใช้ผล ลดถ้อยคำปั่นอารมณ์ความเครียดแค้นต่อกันในหมู่ประชาชน ร้อยละ 83.3 อยากเห็นการสื่อสารเพื่อรักษาวัฒนธรรมอันดีงามในหมู่ประชาชน และร้อยละ 80.1 อยากเห็นการสื่อสารเพื่อช่วยขจัดคนโกง รักษาคนทำดีได้ดีมีที่ยืนในชุมชนและสังคม ที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่ง หรือร้อยละ 51.2 ระบุทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังทำได้ไม่ดีในการสื่อสารลดความขัดแย้งในหมู่ประชาชน ในขณะที่เพียงร้อยละ 23.9 ระบุทำได้ดีทั้งสองฝ่าย ร้อยละ 15.7 ระบุพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำได้ดีกว่า และร้อยละ 9.2 ระบุฝ่ายค้านทำได้ดีกว่า
         
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.7 ระบุนักการเมืองยังคงมีความสำคัญมากถึงมากที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่ร้อยละ 31.3 ระบุมีความสำคัญน้อยถึงไม่สำคัญเลย ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.1 ยังคงเชื่อมั่นมากถึงมากที่สุดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยถึงแม้บ้านเมืองจะมีปัญหาวุ่นวายเพียงไร ในขณะที่ร้อยละ 17.9 เชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลย และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.4 ยังคงให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อไป
         

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน