posttoday
สว.จวกระบบสรรหาผูกขาดอำนาจ

สว.จวกระบบสรรหาผูกขาดอำนาจ

27 สิงหาคม 2556

สว.อัดระบบสรรหาผูกขาดอำนาจการเลือกอยู่แค่ 7 คน ขัดระเบียบกกตทำ สว.หลุดเก้าอี้ ปชป.สวนชี้สรรหาถ่วงดุลทุนสามานย์

สว.อัดระบบสรรหาผูกขาดอำนาจการเลือกอยู่แค่ 7 คน ขัดระเบียบกกตทำ สว.หลุดเก้าอี้ ปชป.สวนชี้สรรหาถ่วงดุลทุนสามานย์ 

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่รัฐสภา การประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราที่มาของ สว.ในมาตรา 3 โดยนายกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร ขอแปรญัตติให้ สว.มาจาการเลือกตั้งจังหวัดละ 2 คน โดยยืนยันสนับสนุนที่มาของ สว.ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะเห็นว่าระบบ สว.สรรหา มาจากการแต่งตั้งของกลุ่มบุคคลเพียง 7 คน ไม่ได้มาจากการตัดสินใจของประชาชน ส่วนที่มองว่า สว.เลือกตั้งผูกติดกับพรรคการเมืองนั้น ขอให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอย่าจินตนาการล่วงหน้า เพราะประชาชนมีวิจารณญาณในการเลือกตัวบุคคลให้มาทำหน้าที่ที่ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง

“วันนี้ขนาดผู้ใหญ่บ้าน อบต.อบจ. สส.ล้วนต้องผ่านการเลือกตั้งทั้งหมด แล้วเหตุใดจึงยกเว้นเพียง สว.สรรหา แล้วถามว่าหากจะให้สรรหา สส.บ้างจะยอมได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นอย่าผูกอำนาจเพียง 7 คน แล้ว 7 คนนี้ก็มาจากการที่ คมช.เลือกมา ดังนั้นขอให้มอบอำนาจแก่ประชาชน อย่างในพื้นที่ผม มีพรรคการเมืองส่งผู้ลงสมัครจริง แต่ผมก็สู้กับพรรคการเมือง แล้วก็แพ้ผมตลอด ดังนั้นประชาชนไม่โง่ อย่าจินตนาการไปเองว่าเขาจะเลือกใคร” นายกฤชกล่าว

นายกฤช กล่าวด้วยว่า การคัดเลือก สว.สรรหาที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ สว.สรรหาหลายคนต้องลาออกแล้ว เพราะมาจากคน 7 คนที่ไม่เข้าใจการคัดเลือก ไม่ตรวจสอบ ทำให้ผิดเงื่อนไขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะไปผูกอำนาจอยู่กับคนเพียง 7 คน ส่วนที่โจมตีว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ สว.ร่วมแก้กฎหมายที่ต่ออายุให้ สว.นั้น ถามว่าเมื่อครั้งที่ สส.แก้ไขกฎหมายเงินบำนาญให้ตัวเองไม่ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนบ้างหรือ

นายอรรถพร พลบุตร สส.เพชรบุรี  พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลุกขึ้นขอแปรให้มี สว.200 คน มาจากการเลือกตั้ง 100 คน และมาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกองค์กรวิชาชีพ องค์กรอาชีพที่ได้รับการจดทะเบียน 100 คน มาจากสภาทนายความ องค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุข คุรุสภา สภาวิชาชีพบัญชี สมาคมธนาคารไทย สภาเกษตรแห่งชาติ เป็นต้น

นายอรรถพร กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยึดหลักการว่าต้องรับฟังอำนาจของประชาชน ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงของการเมืองไทยตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นมา เกิดปัญหาการเมือง วุฒิสภากลายเป็นสภาทาส เปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันระดับเล็ก กลาง ใหญ่ และทุจริตในเชิงนโยบาย

“ดังนั้นบริบทสังคมการเมืองที่เป็นอำนาจของทุนสามานย์ ทุนโสมม จึงทำให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญ 50 ที่ต้องการติดเบรกพรรคการเมือง โดยใช้ระบบ สว.สรรหาขึ้นมาถ่วงดุล สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นเวลานี้เราอยู่ในโลกประชาธิปไตยแห่งความเป็นจริงที่มีการทุจริตมหาศาล โครงการขาดทุนนับ 6 แสนล้าน เราไม่สามารถนำประชาธิปไตยในโลกแห่งความจริงไปเทียบกับยุคเพลโต โสเครติสได้” นายอรรถพรกล่าว    

นายอรรถพร กล่าวว่า นอกจากการถ่วงดุล วุฒิสภายังมีหน้าที่คลอดองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ กกต. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น ซึ่งองค์กรอิสระเหล่านี้เป็นอำนาจที่ 4 ในการตรวจสอบรัฐบาล หากพรรคการเมืองคุมอำนาจที่ 4 ได้เท่ากับคุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั้ง 3 ด้าน บริหาร นิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ เหลือเพียงฝ่ายตุลาการเพียงอำนาจเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่ตรวจสอบพรรคการเมือง      

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69