
"ณัฐวุฒิ"โต้คำสารภาพ"เมธี"ไม่จริง
แกนนำ เสื้อแดงเปิดคลิปทหารใช้ปืนสั้นจ่อยิงผู้ชุมนุม เล่นมุขเก่าเอาญาติวีรชน10 เม.ย.แถลงจี้รัฐบาล คืนอำนาจ อ้างเปลี่ยนยุทธศาสตร์เพราะไม่อยากให้มีคนตาย-เจ็บเพิ่ม
แกนนำ เสื้อแดงเปิดคลิปทหารใช้ปืนสั้นจ่อยิงผู้ชุมนุม เล่นมุขเก่าเอาญาติวีรชน10 เม.ย.แถลงจี้รัฐบาล คืนอำนาจ อ้างเปลี่ยนยุทธศาสตร์เพราะไม่อยากให้มีคนตาย-เจ็บเพิ่ม
เมื่อเวลา 11.05 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้พาครอบครัวของนายวสันต์ ภู่ทอง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 10 เม.ย. ซึ่งขณะนั้นนายวสันต์ผู้ถือธงถูกซุ่มจนศีรษะเปิด และศอฉ.อธิบายว่าถูกยิงจากผู้ชุมนุม โดยพี่เขยของนายวสันต์กล่าวว่า ที่มาไม่มีใครจ้าง และครอบครัวของตนนั้นเป็นคนเสื้อแดงทั้งครอบครัว ขอเรียกร้องว่าอำนาจที่ได้มาไม่ถูกต้องขอคืนเถอะ เรามาเรียกร้องประชาธิปไตยที่เคยมี
ขณะที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง กล่าวว่าขณะนี้เราได้รับคลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ซึ่งเป็นหลักฐานใหม่ แต่ไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนตะนาว หรือ ถ.ดินสอ และนี่เป็นภาพที่ถ่ายจากบ้านหลังหนึ่ง เป็นภาพทหารสลายม็อบและคนเสื้อแดงถูกกระบองตีจนหมอบ แต่เมื่อดูภาพช้าจะมีช่วงหนึ่งมีทหารไม่ได้สวมหมวกชักปืนสั้นขึ้นมาจ่อยิง เป็นเครื่องตอกย้ำว่าทหารไม่ได้สลายด้วยสันติวิธี ขอเรียกร้องรัฐบาลสอบสวนทหารกลุ่มนี้ว่าใครยิงประชาชน ทหารคนนี้ไม่ควรอยู่ในราชการต่อไป โดยในระหว่างการแถลงนายก่อแก้วได้เปิดคลิปดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวได้รับชมด้วย แต่คลิปดังกล่าวก็มีภาพที่ไม่ค่อยชัด
ขณะที่นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านเราพยายามประกาศหาชายคนดังกล่าว แต่ก็ไม่พบมา แต่ในวันนี้ที่เราได้เห็นภาพแล้วเราไม่แน่ใจในชะตากรรมว่าเป็นอย่างไร นี่หรือทีนายกรัฐมนตรีบอกว่า ทหารไม่ยิงประชาชน ไม่ทำร้ายประชาชน เราต้องการหยุดเรื่องนี้
โต้ คำสารภาพ “เมธี” ไม่เป็นจริง
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่า นายเมธี อมรวุฒิกุล สารภาพว่าเป็นผู้นำอาวุธของทหารไปยิงทหารในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.ว่า ขณะนี้สถานะนายเมธีเป็นที่ชัดเจนแล้วแต่ ข้อเท็จจริงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่านายเมธีสารภาพว่าใช้ปืนที่ได้จากทหารไปยิง ทหารที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ ขอเรียนว่า ข้อความนี้เป็นเท็จ เพราะตนเองอยู่ในเหตุการณ์ โดยวันดังกล่าวได้ลงจากเวทีราชประสงค์ ไปเวทีผ่านฟ้า เมื่อไปถึงก็เรียกแกนนำมาสรุปสถานการณ์ และตัดสินใจว่าต้องมีการเจรจาหยุดยิง ตนเองเลยประกาศให้ผู้มีอำนาจติดต่อมา ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็ติดต่อมาและได้หยุดยิงภายใน 10-15 นาที เมื่อประกาศหยุดยิง ผ่านไป 20-30 นาที การ์ดคนเสื้อแดงจึงนำอาวุธยุทโปกรณ์ของทหารมาวางโชว์ ซึ่งขณะนั้นปืนสงบไม่มีการยิงกันทั่วพื้นที่แล้ว หากนายเมธีบอกว่าบอกเอาปืนบนเวทีมายิงที่โรงเรียนสตรีวิทย์จึงไม่เป็นความจริง เพราะเวลามันไปด้วยกันไม่ได้ ที่โรงเรียนสตรีวิทย์มีเหตุการณ์ปะทะก่อนที่เราจะได้ปืนมา
จี้ตั้ง “หมอพรทิพย์” ตรวจสอบเหตุระเบิดสีลม
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงระเบิดที่สีลมเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง และคนที่ไปดูที่เกิดเหตุเช่นนายสุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ซึ่งไปเยี่ยมที่เกิดเหตุก็พูดเลยว่า น่าจะยิงมากจากที่สูง แม้แต่คนที่ออกมาต้านเราอย่างพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ก็บอกว่าน่าจะยิงมาจากที่สูงซึ่งไม่ใช่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่.6 จึงอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับและให้หน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน และกรรมการที่ตั้งโดย ศอฉ.เช่น พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ใช้จิตวิญญาณในการเปิดเผยความจริงต่อสังคม
เสี้ยม ทหาร-ตำรวจ แตกคอ
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า วานนี้(23 เม.ย.) ตนเองได้นำ ข้อความในทวิตเตอร์ของ น.ส.ฐปนีย์ เอียดสีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าวสามมิติ มาเปิดเผยและกลายเป็นประเด็นวิพากษ์ โดยเมื่อคืนตนเองได้คุยกับน.ส.ฐปนีย์ และอธิบายเจตนาซึ่ง น.ส.ฐปนีย์ก็ระบุว่าได้อธิบายตามสิ่งที่พบ ไม่ได้ขยายความตามความเห็นแต่อย่างใด ตนเห็นว่าเป็นความจริงที่เป็นประวัติศาสตร์ เพื่ออธิบายว่าคืนวันนั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งขณะนี้การโพสต์ข้อความของ น.ส.ฐปนีย ก็ตรงกับคลิบวีดีโอที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ยูทูปโดย ตำรวจ ที่ถูกปืนจ่อหัวชื่อ พ.ต.ท.ไกรสีห์ สุวรรณงาม รอง ผกก.ป. สน.พระโขนง ถูกทหารใช้พกปืนพกสั้นมาจ่อศีรษะ จึงอยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าจะเป็นนายกฯในบ้านเมืองที่มีสภาพแบบนี้ใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้สถานการณ์กำลังกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง ตำรวจกับทหาร ตำรวจเขาก็ มีรุ่นมีสถาบันเหมือนทหาร นายตำรวจกลุ่มหนึ่งได้สื่อสารมาทางตนว่าจะยอมกันไม่ได้ หากทำอย่างนี้จะอยู่กันอย่างไร สิ่งทีเกิดขึ้นอธิบายอย่างเดียวว่าทหารรู้เห็นเป็นใจกับชายฉกรรจ์ที่มายั่วยุ มีการพูดกันว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นมวลชนทหาร
“วันนี้มีความขัดแย้งระหว่างสีเขียวกับสีกากี เมื่อ ตำรวจที่ถูกปืนจ่อเปิดตัวแล้ว ทหารที่เอาปืนจ่อจะเปิดชื่อได้ไหม กรณีแบบนี้ ศอฉ.แถลงได้ไหม นี่เป็นพฤติการณ์ก่อการร้ายหรือไม่ ทหารกับผู้ก่อการร้ายเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ ตำรวจอำนาจและมีเกียรติเพียงพอจะเข้าไปปฏิบัติงานในที่ที่มีทหารอยู่หรือไม่” นายณัฐวุฒิ กล่าว
อ้างเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ไม่อยากให้คนเจ็บคนตายเพิ่ม
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเปลี่ยนข้อเรียกร้องของ นปช. ให้ยุบสภาในสามสิบวัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แกนนำ นปช. คุยกันโดยละเอียด ใช้เวลาในการปรึกษาค่อนข้างนาน เราอภิปรายกันรอบคอบ หากพูดตรงไปตรงมาทันทีที่เราประกาศมติ พี่น้องเราก็ไม่สบายใจและรู้สึกคับแค้นน้อยใจ บางคนมาต่อว่าแกนนำว่ายอมเขาได้อย่างไร มีหลายเรื่องที่เราต้องอธิบาย เพราะถูกต่อว่าด่าทอ มองด้วยสายตาไม่เข้าใจจากพี่น้อง แต่ก็กัดฟันทำลงไปเพราะไม่ต้องการให้สูญเสียอีกต่อไป ไม่ต้องการให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ไม่ใช่เรากลัวอำมาตย์ รัฐบาล หรือ อาวุธสงคราม แต่เรากล้าปกป้องชีวิต เพื่อแลกกับการไม่ให้สูญเสียอีก จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกัน คืนความปลอดภัยให้ทุกสีเสื้อ และคืนอำนาจให้เขาตัดสินใจ วันนี้เรานับหนึ่งแล้ว อภิสิทธิ์จะนับต่อหรือไม่ เรารอคำตอบจากนายอภิสิทธิ์หากตกลงใจนับสองเราก็พร้อมจะพูดคุยว่าในหนึ่งเดือน เราจะทำไรกัน เราจะมีมาตรการอะไรร่วมกัน
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ได้รับรายงานว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งการให้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบัญชาการทุกภาค ภาคละสามกองร้อย รวมกว่า 5 พันนายเข้ามาใน กทม. จริงหรือไม่ และจะใช้ตำรวจสลายการชุมนุมใช่หรือไม่ แต่อย่าลืมว่าห้าพันกว่านายมีตำรวจมะเขือเทศอยู่เทาไหร่ หากไม่มีตำรวจมะเขือเทศวันนั้นนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง จะหนีมาจากโรงแรมได้อย่างไร
เมื่อถามว่าจะรอคำตอบจากรัฐบาลเมื่อไหร่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันนี้นายกฯควรจะมีคำตอบได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องพิจารณานาน สถานการณ์ไม่ต้องรอแล้ว เมื่อถามย้ำว่า ศอฉ. จะสลายการชุมนุมแต่รอจังหวะเวลา นายณัฐวุฒิกล่าว่า กลุ่มผู้ชุมนุมก็พร้อมที่จะรับการสลายและเราจะจัดกำลังพร้อมรับ ซึ่งหากมีการสลายจริงแสดงว่ารัฐปฏิเสธเจรจา หากเจรจาต้ออกโทรทัศน์อีกก็ได้ แต่รัฐบาลต้องเป็นคนนับสอง เพราะเรานับหนึ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามปกติการแถลงของนายณัฐวุฒิ หรือแกนนำคนอื่นๆ จะมีเสียงปรบมือ โห่ร้องสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อนายณัฐวุฒิ อธิบาย เหตุผลของการเปลี่ยนข้อเสนอให้ยุบสภาในสามสิบวันนั้น ปรากฏว่าบรรยากาศกลับเงียบลงไมมีเสียงโห่ร้อง หรือเสียงเท้าตบจากผู้ชุมนุมเช่นที่ผ่านมา แต่เมื่อ นายณัฐวุฒิ กลับมาแถลงในเรื่องอื่นบรรยากาศก็เข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง







