
ลมเปลี่ยนทิศ
เมื่อต้นปี สถานการณ์เศรษฐกิจโลกถือว่ามีความแตกต่างจากในปัจจุบันมาก หากแบ่งโลกออกเป็น 3 ภูมิภาคเศรษฐกิจหลัก คือ สหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ก็ต้องบอกว่า ใครๆ ก็มองมาที่เอเชียว่าจะเป็นเฟืองจักรสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปีนี้ครับ ขณะที่สหรัฐนั้นการเติบโตก็ยังเชื่องช้าอยู่ และยุโรปก็ยังซบเซาไม่หยุด
เมื่อต้นปี สถานการณ์เศรษฐกิจโลกถือว่ามีความแตกต่างจากในปัจจุบันมาก หากแบ่งโลกออกเป็น 3 ภูมิภาคเศรษฐกิจหลัก คือ สหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ก็ต้องบอกว่า ใครๆ ก็มองมาที่เอเชียว่าจะเป็นเฟืองจักรสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปีนี้ครับ ขณะที่สหรัฐนั้นการเติบโตก็ยังเชื่องช้าอยู่ และยุโรปก็ยังซบเซาไม่หยุด
ผ่านมาได้เพียง 8 เดือน สถานการณ์กำลังกลับตาลปัตร กลายเป็นว่าสหรัฐกำลังฟื้นตัวดีขึ้น เช่นเดียวกันกับยุโรป ส่วนเอเชียและประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายกำลังเผชิญหน้ากับภาวะถดถอยที่น่ากลัวไม่น้อยครับ
นั่นเป็นเพราะอะไร ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอเชียฟุบตัวลงอย่างเห็นได้ชัดมาจาก 3 ปัจจัยดังนี้ครับ
ประการแรก การส่งออกของเอเชียนั้นยังไม่สู้ดีนัก แม้ว่าสหรัฐจะฟื้นตัว แต่ก็ฟื้นแค่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ การค้าปลีกยังไม่ฟื้นนัก แรงซื้อผู้บริโภคฟื้นตัวเล็กน้อย นั่นหมายความว่าความต้องการสินค้าจากเอเชียนั้นยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประเทศผู้ผลิตและส่งออกในเอเชียจึงดูเหมือนว่าไม่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของพี่มะกันเสียเท่าไหร่
ประการต่อมา คือ นโยบายปรับโมเดลทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนที่หันมาพึ่งพาการบริโภคภายในมากขึ้นแทนการพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจจีนซบเซาหนักลงไปอีกจากการส่งออกไปยังสหรัฐที่ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่พึ่งพาการส่งออกไปจีนก็เจอผลกระทบไปด้วย
สุดท้ายก็คือ ปัจจัยจากธนาคารกลางสหรัฐที่ส่งสัญญาณมาตลอดถึงการลดและเลิกการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอีนั่นแหละครับ ที่ทำให้ต่างชาติถอนทุนหนีตลาดกำลังพัฒนากันหมด ทำให้ค่าเงินร่วงกันเป็นแถบๆ และดูเหมือนว่าปัจจัยสุดท้ายนี้จะส่งผลรุนแรงกว่าเพื่อนด้วยครับ







