
ประท้วงหนัก!"นิคม"สั่งปิดประชุม-นัดใหม่21ส.ค.
"นิคม"สั่งพักประชุมสภาถกแก้รธน.หลังฝ่ายค้านประท้วงหนักนัดใหม่21ส.ค.วิป3ฝ่ายนัดเจรจาหาทางประนีประนอม
"นิคม"สั่งพักประชุมสภาถกแก้รธน.หลังฝ่ายค้านประท้วงหนักนัดใหม่21ส.ค.วิป3ฝ่ายนัดเจรจาหาทางประนีประนอม
เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 20 ส.ค. การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสว.ในวาระที่ 2 ยังไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาในมาตรา 2 ได้ ซึ่งในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 2 ระบุว่า "รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป" โดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกสภา กล่าวว่า ขอให้เลื่อนการประชุมรัฐสภาออกไปก่อนและในวันที่ 21 ส.ค.เวลา 9.00น. โดยจะไปหารือกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหาทางออก
ต่อมาเวลา 21.40นนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานการประชุม ได้สั่งพักการประชุมและให้กลับมาประชุมอีกครั้งในวันที่ 21 ส.ค.เวลา 9.30น. โดยในเวลา9.00น.จะมีการประชุมวิป 3 ฝ่ายก่อน
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายค้านได้เสนอให้นายนิคม เลื่อนการประชุมออกไปก่อนเพราะบรรยากาศการประชุมในขณะนี้ไม่สามารถเดินต่อไปได้ แต่นายนิคม กล่าวว่า ทันทีที่พิจารณาในมาตรา 2 เสร็จจะสั่งปิดประชุมต่อไป ส่งผลให้ฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจกับท่าทีของนายนิคมเป็นอย่างมาก ขณะที่ นายกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร ได้เสนอญัตติให้รัฐสภาดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ต่อมานายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กล่าวว่า ได้ประสานงานกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน สส.ประจวบคีรีขันธ์และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา โดยมีความเห็นร่วมกันว่าขอให้เลื่อนการประชุมรัฐสภาออกไปก่อนเพื่อให้คณะกรรมการประสานงาน(วิป)พรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ วุฒิสภาไปหารือให้ได้ข้อสรุปจากนั้นค่อยกลับมาประชุมอีกครั้ง
ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิป 3 ฝ่าย กล่าวว่า ยินดีที่จะเปิดประชุมวิป 3 ฝ่ายแต่ต้องถามความชัดเจนจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้านว่าจะเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ได้ข้อสรุปหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ปัญหาขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่วิป 3 ฝ่ายแต่อยู่ที่การใช้ดุลยพินิจของนายสมศักดิ์และนายนิคม ซึ่งไปตัดสิทธิ์การอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างน้อยจำนวน 57 คนที่ถูกตีความว่าได้เสนอคำแปรญัตติเพื่อแก้ไขถ้อยคำไปขัดกับหลักการในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ดังนั้น การจะให้การประชุมเดินหน้าไปได้จะต้องมีหลักประกันว่าจะมีการโอกาสให้เสียงข้างน้อยได้ใช้สิทธิ์ตามสมควร
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในทางกลับกันถ้ารัฐสภายอมเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภา 57 คนดำเนินการอภิปรายเชื่อว่าเวลากว่า10ชั่วโมงที่ผ่านมาเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาดังกล่าวคงอภิปรายเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่เมื่อรัฐสภาใช้เสียงข้างมากดำเนินการตัดสิทธิ์แบบนี้ก็ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหา
"ไม่เข้าใจว่าเร่งรีบไปไหนเวลานี้กำลังเหมือนเป็นซินเดอเรลล่าที่กลัวไม่ทันเวลาเที่ยงคืนที่รถม้าจะกลายเป็นฝักทอง โดยในอดีตก็เคยมีการอภิปรายแบบ 7 วัน 7 คืนมาแล้ว ทำไมจะทำอย่างนั้น ไม่ทราบจะกลัวอะไร" น.ส.รสนา กล่าว
นายสุนัย จุลพงศธร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาเร่งรัดหรือเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 ที่ค้างการพิจารณาของสภาฯอยู่ แต่เป็นเพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้บรรจุระเบียบวาระเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วโดยไม่คาดคิดว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯจะเกิดความล่าช้า







