
อาหาร-ก๊าซหุงต้มจ่อขึ้นราคา 23ส.ค.ชุมชุมค้านหน้าปตท.
ปัจจัยต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันปัญหาค่าครองชีพก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน จากการปรับขึ้นของราคาสินค้าต่างๆ ที่ถูกต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบรุกไล่ให้ต้องปรับราคาเพื่อให้สินค้ายังมีกำไร
ปัจจัยต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันปัญหาค่าครองชีพก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน จากการปรับขึ้นของราคาสินค้าต่างๆ ที่ถูกต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบรุกไล่ให้ต้องปรับราคาเพื่อให้สินค้ายังมีกำไร
สินค้าหลายชนิดได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว โดยอ้างภาระต้นทุนที่ไม่อาจแบกรับไว้ได้ต่อไป อาทิ เครื่องแบบนักเรียนปรับราคาขึ้น 5-10% ไปตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา น้ำปลาตราทิพรสปรับขึ้นจากขวดละ 25 บาท เป็น 27 บาท เป็นต้น ในขณะที่ก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจีนั้น รัฐบาลและกระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะปรับราคาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้
กระทรวงพาณิชย์ในฐานะกำกับดูแลราคาสินค้า ประกาศจะหามาตรการดูแลลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยจะใช้เครือข่ายที่มีอยู่ เช่น โครงการธงฟ้า ร้านถูกใจ ร้านธงฟ้า และอาสาธงฟ้า เป็นเครื่องมือในการช่วยดูแลราคาสินค้า ขณะเดียวกันยังกำหนดมาตรการเฉพาะสำหรับสินค้าจำเป็น เช่น การดูแลราคาอาหารสำเร็จรูป (อาหารจานเดียว)3 แนวทาง ได้แก่ 1.กำกับดูแลต้นทุนวัตถุดิบไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นมาก ด้วยการเชื่อมโยงวัตถุดิบจากผู้ผลิต 2.ขอความร่วมมือร้านอาหารในโมเดิร์นเทรด ศูนย์อาหาร และตลาดสด ให้มีอาหารบางรายการจำหน่ายตามราคาแนะนำ และ 3.จำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงราคาถูกแก่ร้านอาหารธงฟ้าเพื่อให้ตรึงหรือลดราคาอาหารได้
ในส่วนของราคาแอลพีจี แม้กระทรวงพาณิชย์เคยยืนยันจะดูแลการขึ้นราคาไม่ให้ปรับเกินกว่าที่กำหนด และกระทรวงพลังงานมีโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคา โดยให้ผู้มีรายได้น้อยและหาบเร่แผงลอยได้สิทธิซื้อก๊าซในราคาเดิม แต่ภาคประชาชนส่วนหนึ่งก็ยังไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคา และเตรียมขนคนกว่า 1,000 คน ร่วมชุมนุมวันที่ 23 ส.ค.นี้ เพื่อคัดค้านนโยบายดังกล่าว
อิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ยังยืนยันเดินหน้าคัดค้านการปรับขึ้นราคาแอลพีจี โดยในวันที่ 23 ส.ค. จะเปิดเวทีสัมมนากลางแจ้งที่หน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. เพื่อแสดงจุดยืน พร้อมชักชวนประชาชนและตัวแทนเครือข่ายในภาคต่างๆ เข้าร่วมชุมนุม คาดว่าจะมีประมาณกว่า 1,000 คน ทั้งนี้จะยื่นหนังสือคัดค้านการปรับราคาแอลพีจีต่อ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน อีกครั้ง ขณะเดียวกันบนเวทีสัมมนาจะเชิญวิทยากรในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องในด้านปิโตรเลียมมาอภิปรายถึงข้อเท็จจริงและความไม่เป็นธรรมของการปรับราคาพลังงาน
“การชุมนุมครั้งนี้เป็นเรื่องของประชาชนและไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากเห็นว่าปรับราคาไม่โปร่งใส และหากรัฐบาลยังเดินหน้าขยับราคาก็เตรียมที่จะชุมนุมอีกครั้งในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส.ค. แต่ก็หวังว่ากระทรวงพลังงานจะมีการทบทวนนโยบายก่อนที่จะมีการนัดชุมนุม” อิฐบูรณ์ กล่าว
ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี เลขานุการอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา และนักวิชาการอิสระ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอที่จะยื่นให้ รมว.พลังงาน ดำเนินการ คือ1.หยุดการขึ้นราคาแอลพีจีและยกเลิกมติ ครม.ที่ให้ปิโตรเคมีใช้แอลพีจีจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติก่อน โดยให้จัดสรรให้กับภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และขนส่งให้เพียงพอก่อน หากไม่พอให้นำเข้าและเป็นผู้รับภาระเอง
2.ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต้นทุนราคาแอลพีจีของโรงแยกก๊าซ เนื่องจากต้นทุนที่ ปตท.แจ้งไว้สูงผิดปกติ นอกจากนี้ราคาแอลพีจีในภาคปิโตรเคมีต่ำกว่าภาคอื่นๆ อยู่ที่ 16.20 บาท/กก. ในขณะที่ภาคครัวเรือนอยู่ที่ 18.13 บาท/กก. ภาคขนส่งอยู่ที่ 21.38 บาท/กก. และภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 30.13 บาท/กก. ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในการกำหนดราคาซื้อขายแอลพีจีจึงไม่สมควรทีทจะมีการปรับราคาแต่อย่งใด
ช่วงครึ่งปีแรกมีสินค้าบางรายการที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ น้ำมันพืชปาล์ม จากขวดละ 42 บาท ลดลงเหลือ ขวดละ 38-40 บาท ปุ๋ยเคมี เช่น สูตร 4600 ลดลง 10-21% และเหล็กเส้นที่ปรับราคาลดลงตามภาวะการค้าที่ชะลอตัว รวมทั้งมีการแข่งขันสูง
สำหรับสินค้าสุกรได้กำหนดโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกรตามที่คณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (พิกบอร์ด) เสนอให้สหกรณ์ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรรับซื้อสุกรเพื่อส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านเป้าหมาย 1.5 แสนตัว ให้ดำเนินการเมื่อราคาสุกรภาคกลาง เท่ากับหรือมากกว่ากก.ละ 55 บาท โดยสนับสนุนค่าขนส่งจากต้นทางถึงปลายทางและค่าใช้จ่ายด้านบริหารจัดการเฉลี่ยตัวละ 400 บาท ส่วนไข่ไก่ให้ตรึงราคาไว้ที่ฟองละ 3.70 บาทตามที่คณะกรรมการนโยบายไข่ไก่ (เอ้กบอร์ด) กำหนด







