
ปชป.ร่อนจม.ทั่วโลกต้านกฎหมายนิรโทษ
ประชาธิปัตย์ย้ำจุดยืนต้านนิรโทษกรรมทุกรูปแบบร่อนหนังสือถึงสถานทูตต่างประเทศในไทย-องค์กรนานาชาติ ประจานรัฐล้างผิดให้พรรคพวก
ประชาธิปัตย์ย้ำจุดยืนต้านนิรโทษกรรมทุกรูปแบบร่อนหนังสือถึงสถานทูตต่างประเทศในไทย-องค์กรนานาชาติ ประจานรัฐล้างผิดให้พรรคพวก
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคในการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทุกรูปแบบจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องทั้งในสภาและการต่อสู้นอกสภา การจับมือกับภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็น พันธมิตรฯหรือองค์กรอื่น ที่เห็นตรงกันว่าต่อต้านกฎหมายล้างผิดก็พร้อมร่วมต่อต้านอย่างถึงที่สุดภายใต้อขอบเขตของกฎหมาย ตามสิทธิที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ต้องตื่นตระหนก จึงขอย้ำตัวเลขของคนที่จะได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมที่มีการกล่าวอ้างว่าจะมีประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้ประโยชน์จำนวนมาก ทั้งที่ความจริงตอนนี้อยู่ในคุกแค่ 30 คน และอีก 137 คนกำลังสู้คดี รวมแกนนำเสื้อแดงและผู้ก่อการร้ายด้วย เท่ากับว่ามีคนได้ประโยชน์เพียง 167 คนเท่านั้น จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาให้ประชาชนแต่เป็นการออกกฎหมายล้างผิดให้ตัวเอง พรรคจะไม่ยอมให้กฎหมายนี้ผ่านมามีผลบังคับใช้ได้
ทั้งนี้พรรคจะจัดทำจดหมายเปิดผนึกส่งไปยังสถานทูตต่างประเทศในไทยทุกแห่งและองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรประชาธิปไตยระหว่างประเทศ สมาคม พรรคการเมืองในเอเชีย และองค์กรระดับนานาชาติเช่น สหประชาชาติ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รวมถึงบุคคลที่มีชื่อจะเข้ามาร่วมสานเสวนาจอมปลอมด้วย เนื้อหาจะกล่าวถึงปัญหาที่เกิดในประเทศไทยว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากการออกกฎหมายล้างผิดให้คนทำผิดกฎหมายอาญา มีการประกาศ พ.ร.บ.มั่นคงในระหว่างการออกกฎหมายดังกล่าว
"พรรคยืนยันว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นรัฐบาลจงใจผลักดันกฎหมายล้างผิดโดยไม่ฟังภาคส่วนต่างๆ ของสังคมไทย ไม่นำรายงาย คอป.มาดำเนินการ ไม่ดำเนินการตามรายงานของกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรรคจึงยืนยันว่ากระบวนการที่รัฐบาลพยายามทำจึงเป็นเพียงแค่การฟอกขาวให้คนที่ทำผิดอาญาให้พ้นผิดเท่านั้น นอกจากนี้ในจดหมายจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลละเลยที่จะปฏิบัติตามข้อเสนอของข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสุดท้ายจะชี้ให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่ศาลชี้ว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายในปี 2553 จึงออกกฎหมายล้างผิดให้กับพรรคพวกตัวเอง ไม่เช่นนั้นต่อไปก็จะมรการใช้ความรุนแรงเพื่อช่วงชิงอำนาจเมื่อเป็นรัฐบาลก็มาออกกฎหมายล้างผิดให้ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้"นายชวนนท์กล่าว
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งสภาปฏิรูปการเมืองทีรัฐบาลจะประชุมในสัปดาห์หน้านั้น เช่ือว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่สามารถปฏิรูปการเมืองได้เพราะองค์ประกอบมีแต่พวกเดียวกัน จึงเป็นสภาพวกปรบมือข้างเดียวไม่น่าจะก่อให้เกิดผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากไม่เข้าร่วมเพราะไม่อยากเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมสร้างปาหี่ทางการเมืองของรัฐบาล เพราะไม่ใช่ปฏิรูปการเมือแต่เป็นการปฏิลวงทางการเมืองมากกว่า ส่วนคนที่เข้าร่วม เช่น อุทัย พิมพ์ใจชน และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่บอกว่าเข้าร่วมเพื่อบอกให้ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไปก่อนนั้น ตนเห็นว่าพรรคพร้อมที่จะพูดคุยด้วยเพียงแต่พักการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมไว้ก่อน แต่ถ้ายังเดินหน้าต่อไปก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความไม่จริงใจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี เพราะการพักการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวไม่มีความเสียหายใด ๆ
"หวังว่าถ้าอยากให้สภาปฏิรูปการเมืองเป็นทางออกของสังคมควรจะให้ทุกฝ่ายในสังคมเข้าไปมีส่วนร่วม จึงควรพักการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไปก่อนแ แต่ถ้าเดินสองทางคงไม่มีใครเอาตัวเองไปเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมของรัฐบาล เพราะนายกไม่มีความจริงใจมีการเรียกร้องให้ใช้สภาแก้ปัญหาแต่การแสดงออกของนายกทั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2557 นายไม่ได้เข้าไปรับฟังแสดงความเห็นในที่ประชุมแต่อย่างใด แสดงว่าไม่มีความจริงใจอย่างแท้จริงในการตั้งสภาปฏิรูปการเมือง เพราะพฤติกรรมคือพูดอย่างทำอย่าง ไม่เคยใช้เวทีรัฐสภาหาทางออกให้ประเทศ จึงขอให้หยุดพฤติกรรมพูดอย่างทำอย่าง ต้องทำเป็นตัวอย่างพูดอย่างไรทำอย่างนั้น จึงเป็นการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่ดี แต่ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงสภาปฏิรูปการเมืองจะไม่ใช่ทางออกของประเทศได้"นายชวนนท์กล่าว







