
ปตท.ซวยซ้ำเจอฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซหยุดผลิต
ฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซ ปตท. ต้องหยุดผลิตนาน 5 เดือน กำลังผลิตหาย 2,500 ตัน
ฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซ ปตท. ต้องหยุดผลิตนาน 5 เดือน กำลังผลิตหาย 2,500 ตัน
อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนจากไอเสียเครื่องยนต์ (Waste Heat Recovery Unit หรือ WHRU) ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง หน่วยที่ 5 บริษัท ปตท. ถูกฟ้าผ่าได้รับความเสียหายเมื่อเวลา 00.34 น. ของวันที่ 14 ส.ค. ส่งผลให้โรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 5 ไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ โดย ปตท. คาดว่าจะต้องใช้เวลา 35 เดือนในการซ่อมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนฯ โรงแยกก๊าซฯ 5 จึงจะกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวว่า การหยุดผลิตของโรงแยกก๊าซฯ 5 นาน 35 เดือน ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี ให้โรงไฟฟ้าหรือรถยนต์ เพราะก๊าซจะถูกส่งตรงจากแหล่งผลิตผ่านท่อ แต่ปิโตรเคมีและแอลพีจีต้องผ่านโรงแยกก๊าซฯ 5 ปตท.จึงสั่งนำเข้าโดยด่วนแล้ว และมีเรือแอลพีจี 45 ลำ เป็นคลังก๊าซสำรอง ไม่มีปัญหาขาดแคลน
“ได้สั่งการให้ ปตท.ตรวจสอบและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. กล่าวว่า โรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 5 ไม่สามารถเดินเครื่องได้ ส่งผลให้การผลิตก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) หายไปจากระบบ 2,500 ตัน แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้แอลพีจีแน่นอน โดยเดือน มิ.ย. มีความต้องการใช้แอลพีจี 5.8 แสนตัน เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศเดือนละ 1.3 แสนตัน
“เมื่อเกิดเหตุโรงแยกก๊าซฯ 5 ของ ปตท.ต้องหยุดเดินเครื่องไป ก็ต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มเติม และจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีภาระในการจ่ายชดเชยการนำเข้าเพิ่มขึ้น” นายณัฐชาติ กล่าว







