posttoday
ปชป.ถล่มงบสภาส่อทุจริตสารพัดโครงการ

ปชป.ถล่มงบสภาส่อทุจริตสารพัดโครงการ

14 สิงหาคม 2556

วัชระ อัดยับงบสภา จ้างเอกชนเก็บขยะ 2.3 ล้านจากเดิมจ้าง กทม.แค่หมื่นเดียว แฉผลาญงบ 80 ล้านรื้อไมโครโฟน อีก 70 ล้านติดตั้งซีซีทีวี

วัชระ อัดยับงบสภา จ้างเอกชนเก็บขยะ 2.3 ล้านจากเดิมจ้าง กทม.แค่หมื่นเดียว แฉผลาญงบ 80 ล้านรื้อไมโครโฟน อีก 70 ล้านติดตั้งซีซีทีวี 

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่รัฐสภา การประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาทในวาระที่ 2 นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯ ขอสงวนความเห็นโดยขอตัดงบประมาณลดลง 0.1% เนื่องจากเป็นการหลายนโยบายเปิดช่องให้มีการทุจริตแลไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด ทั้งโครงการรับจำนำข้าว ที่มีการปิดกั้นทาง กมธ.ไม่ให้ตรวจโรงสี กระทรวงพาณิชย์ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา และปาล์มน้ำมันตกต่ำ นโยบายค่าแรง 300 บาทไม่ครอบคลุมประชาชนทุกพื้นที่ แม้แต่ลูกจ้างที่ทำงานในสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ยังได้รับค่าแรงเพียง 200 กว่าบาทต่อวันเท่านั้น

นายวัชระ กล่าวย้ำว่า โดยเฉพาะงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่พบโครงการที่ส่อเค้าทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการ เช่น การจัดซื้อนาฬิกาแบบดิจิตตอลเรือนละ 7.5 หมื่นบาทจำนวน 200 เรือน ใช้งบประมาณ 5 ล้านบาทปรับปรุงห้องสื่อมวลชนสภาที่ถือว่าแพงที่สุดในโลก โครงการพาชมทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ งบประมาณ 3.3 ล้านบาท ทั้งยังพบว่าในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2557 ยังมีการตั้งงบถึง 80 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อไมโครโฟนติดตั้งในห้องประชุมสภาฯ ทั้งที่สภาพยังสามารถใช้การได้ดี

นายวัชระ กล่าวด้วยว่า ยังพบว่ามีการจัดงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่รัฐสภา รวมถึงในห้องเลขาธิการสภาฯ จำนวน 40 ล้านบาท นอกจากนั้นทางสำนักเลขาธิการสภาฯ  ยังใช้งบประมาณ 2.3 ล้านบาทต่อปีเพื่อจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการเก็บขยะในสภา จากเดิมที่จ้างหน่วยงานของกทม.ในการเก็บขยะซึ่งเสียค่าใช้จ่ายเพียง 1 หมื่นบาทต่อปีเท่านั้น

ชี้ไม่ช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันของประเทศ

ด้าน นายกนก วงศ์ตระหง่าน สส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอปรับลดงบประมาณ 5% เนื่องจากไม่มีผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำให้ขีดความสามารถแข่งขันประเทศดีขึ้น ไม่ได้ทำให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมดีขึ้น  จากงบประจำปี แบ่งเป็นงบประจำ 80% งบลงทุน 20% และในงบปี 2557 มีเพียงแค่ 4 % ที่นำไปลงทุนแก้ไขปัญหาประเทศ​

อย่างไรก็ตาม งบปี 57 เป็นการใช้ประคองสถานการณ์​ประเทศอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย ทั้งเศรษฐกิจ​และการเมืองที่ขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ  ซึ่งไม่ได้แก้ไขปัญหาประเทศที่แท้จริง 

นอกจากนี้ ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าในปี 2556-57  จะมีการลงทุนจากการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท และ 2  ล้านล้านบาท รวมแล้วเพียงแค่ 2.3 แสนล้านบาท  ซึ่งถ้าเทียบขนาดของเศรษฐกิจประเทศ ไม่พอเพียงกับการแก้ปัญหาขับเคลื่อนโครงสร้างประเทศ

นายกนก กล่าวว่า นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังยืนยันว่าเงินกู้ก้อนใหญ่ หลักการที่สำคัญคือความคุ้มค่าโปร่งใส แต่ที่ดูยังขาดรายละเอียด และอีกจุดหนึ่งคือการจัดงบประมาณที่จะต้องเป็นงบสมดุลภายในปี 2560  ซึ่งเป็นการสัญญากับตัวเองและประเทศชาติ และทุกหน่วยเห็นตรงกัน  แต่กลับไม่มีการพูดถึงความเสี่ยงจากการใช้งบ  ซึ่งทั้งงบปี 57 และ เงินกู้ที่จะใช้จริงนั้นถือว่าน้อยมาก หากยังลงทุนผิดจะยิ่งเสียหาย

นอกจากนี้ จากข้อมูลในกรรมาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีไม่มีกรมใดบอกว่ารายรับจะเพ่ิมขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ก็จะทำให้ไม่เป็นไปตามเป้า ขณะที่รายจ่ายก็เพ่ิมขึ้น และไม่มีใครตอบได้ว่าในปี 2560  เราจะต้องชำระหนี้เท่าไหร่ ไม่มีใครยืนยันได้ ส่วนนโยบายประชานิยม เป็นสิทธิที่ทำได้ของรัฐบาลแต่  แต่เป็นความรับผิดชอบทุกคนที่จะต้องจ่ายภาษี  แต่จากงบ 57 พบว่าไม่มีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจลดความเหลื่อมล้ำ ไม่มีการบูรรณาการระหว่างกระทรวงในการแก้ไขปัญหา

นายกนก กล่าวว่า การที่เสนอขอปรับลด 5 % จากงบทั้งหมด เพราะ ต้องการนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนอนาคตประเทศ​ ต่อลูกหลานของเรา  ซึ่งข้อมูลขณะนี้พบว่าเงิน 100 บาท นำไปใช้พัฒนาแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาเพียงแค่  2 บาท วันนี้ การทดสอบระดับประเทศ เด็กนักเรียนยิ่งเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ยิ่งสอบตกมากขึ้น วันนี้ อนาคตของประเทเศกำลังมีปัญหาเชิงคุณภาพ ไอคิวเด็กไทย ปี 2553 เท่ากับเด็ก กัมพูชา ปี 2555 ไอคิวเด็กพม่าสูงกว่าเด็กไทย 

ยุทธศาสตร์การศึกษาไม่เอื้อการพัฒนาประเทศ 

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้เสนอแปรญัตติ ขอตัดงบประมาณจากภาพรวม 1 % จาก 2.52 ล้านล้านบาท เพราะไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในส่วน การศึกษา คุณธรรม จริยธรมคุณภาพชีวิต โดยจากการสำรวจของธนาคารโลกระบุว่าการศึกษาไทยไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ  และการศึกษายังล้าหลังไม่ทันประเทศใกล้เคียงใกล้อาเซียน

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจ  โดยงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดวันนี้ องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน มีปัญหามากเพราะการจัดสรรงบปัจจุบันไม่เอื้อต่อการพัฒนา รัฐให้เงินอุดหนุนทั่วไป ​งบเฉพาะกิจ  งบตามคำสั่ง และรับภาระไปหลายอย่างจนเม็ดเงินเหลือน้้อย ในขณะที่การแบ่งหน้าที่ไม่ชัดเจน  ไม่รู้จักพัฒนารายได้ของตัวเอง ในส่วนงบจังหวัด ผู้ว่าฯ เกือบทั่วประเทศไม่เข้าใจปรัชญา แผนการใช้งบประมาณ​ ต้องส่งเสริมสิ่งที่รัฐบาลกลางขาด

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม