
น้ำ‘หนองแหน’สารพิษอื้อ
สช.ชงครม.ไฟเขียวเขตควบคุมมลพิษชาวบ้านตับไตพังพบ‘ฟีนอลโลหะหนัก’
สช.ชงครม.ไฟเขียวเขตควบคุมมลพิษชาวบ้านตับไตพังพบ‘ฟีนอลโลหะหนัก’
นักวิชาการจี้รัฐบาลประกาศให้ ต.หนองแหน เป็นเขตควบคุมมลพิษ เหตุพบสารพิษปนเปื้อนน้ำรุนแรง
เครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชน เรียกร้องรัฐบาลประกาศให้ ต.หนองแหน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเขตควบคุมมลพิษ เนื่องจากผลการศึกษาที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ระบุว่า มีสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำเกินมาตรฐานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสารฟีนอลที่มีฤทธิ์ต่อตับ ไต ระบบสืบพันธุ์
นอกจากนี้ ยังพบโลหะหนักหลายชนิด ทั้งที่เป็นสารก่อมะเร็งและสารอันตราย อาทิ แมกนีเซียม ตะกั่ว สารหนู สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสารฟีนอลทำอันตรายต่อสุขภาพชาวบ้านในพื้นที่อย่างรุนแรง มีการตรวจพบสารฟีนอลในเลือด โดยขณะนี้มีการประกาศห้ามใช้น้ำบางบ่อเพื่ออุปโภคบริโภคแล้ว
นอกจากนี้ ฟาร์มหมูบางแห่งในพื้นที่ เริ่มพบปัญหาการแท้งลูกจนต้องยอมซื้อน้ำจากภายนอกมาใช้ เป็นเหตุให้ฟาร์มบางแห่งต้องแบกต้นทุนค่าน้ำจำนวนมากจนต้องปิดกิจการไป เมื่อนำซากลูกหมูที่ตายผ่าพิสูจน์ ก็พบอาการตับเสื่อมสภาพ
น.ส.สมพร กล่าวว่า เตรียมขอให้ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ อนุมัติแนวทางการบำบัดสารปนเปื้อนและฟื้นฟูพื้นที่เบื้องต้น ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งนี้ ชุมชนหนองแหนเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร อาทิ ทำนา สวนยาง ปลูกผัก มะม่วง และมะละกอ
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พบนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อตักหน้าดินไปขายจนเกิดเป็นบ่อลูกรัง และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีนายทุนมาซื้อบ่อลูกรังดังกล่าว เพื่อใช้เป็นที่ทิ้งของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานกำจัดขยะและรีไซเคิลของเสีย ในบริเวณพื้นที่รอบชุมชนใกล้แหล่งน้ำ ส่งผลให้เกิดปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในที่สุด
ปัจจุบัน เฉพาะในพื้นที่ชุมชนหนองแหน หมู่ 7 มีบ่อลูกรังร้างและบ่อทิ้งกากของเสียขนาด 15 ไร่







