
หุ่นยนต์จะฉลาดกว่าเราไหม?
หุ่นยนต์ส่วนใหญ่มีความสามารถจำกัดเพียงไม่กี่อย่าง ไม่สามารถทำงานที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนได้ แต่สิ่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป
หุ่นยนต์ส่วนใหญ่มีความสามารถจำกัดเพียงไม่กี่อย่าง ไม่สามารถทำงานที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนได้ แต่สิ่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป นักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานในโครงการสมองมนุษย์ (Human Brian Project) ซึ่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์จะจำลองกระบวนการของสมอง
ย้อนกลับไปในปี 1997 แชมป์หมากรุกโลก แกร์รี คาสปารอฟ ถูกซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดีพบลูเอาชนะ ความพ่ายแพ้ถูกตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์สุดท้ายว่าคอมพิวเตอร์ฉลาดกว่ามนุษย์แล้ว นับแต่นั้นมาความสามารถของคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จึงมีความเป็นไปได้ในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีสมองทรงประสิทธิภาพ
หุ่นยนต์ที่รับรู้ร่างกาย
จริงอยู่ที่เครื่องจักรอาจชนะมนุษย์ได้ แต่ไม่สามารถรู้สึกดีใจได้ แม้จะติดตั้งชิปที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่มันก็ยังไม่สามารถมีความสุข สงสารเห็นใจ หรือแสดงออกทางอารมณ์ อันเป็นลักษณะของความฉลาดแบบมนุษย์ได้
ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้หลายร้อยล้านอย่างในหนึ่งวินาที ทศวรรษหน้าสมองคอม พิวเตอร์จะเร็วกว่าสมองมนุษย์ เครือข่ายระบบประสาทในสมองหุ่นยนต์จะทำงานร่วมกับร่างกายของมัน จากนั้น หุ่นยนต์ที่เหมือนเด็กเล็กๆ ก็จะพัฒนาการรับรู้ร่างกาย แล้วสามารถปรับปรุงสมรรถภาพได้อย่างต่อเนื่อง
จัสติน แรตต์เนอร์ นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน บอกว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะใช้เหตุผลได้ดีกว่ามนุษย์ เพราะการคิดของหุ่นยนต์เป็นตรรกะมากกว่า ขณะที่ สตีเฟน พิงเคอร์ ศาสตราจารย์ชาวอเมริกัน และเป็นผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาการพัฒนา เห็นว่าแม้หุ่นยนต์จะแสดงท่าทางเชิงสังคมให้เห็น แต่ไม่ได้มีทักษะทางสังคมจริงๆ และอาจไม่มีวันมีด้วย พวกมันไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างกันเองได้ และเป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความเข้าใจและสำนึกรับรู้ หุ่นยนต์จึงยังเป็นแค่สิ่งประดิษฐ์
คนงานเสี่ยงจะตกงาน
คำเรียกหุ่นยนต์หรือ Robot นั้นมาจากภาษาเชคว่า Robota หมายถึงงานหนัก หุ่นยนต์ตัวแรกซึ่งดูไม่เหมือนมนุษย์สักเท่าไหร่ เป็นหุ่นยนต์ในโรงงานที่เกิดขึ้นในยุค 1960 พวกมันจะทำหน้าที่พ่นสี ขึ้นรูป หรือไขนอต ปกติแล้วมีลักษณะเป็นแขนกลที่ทำงานง่ายๆ ในตอนแรก หุ่นยนต์ใหม่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ระแวงสงสัยและความกลัวว่าจะมาขโมยงานไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป หุ่นยนต์ได้รับการยอมรับมากขึ้น เพราะกลายเป็นว่ามันเข้ามารับหน้าที่ทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำๆ เท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์ติดตั้งปุ่มหยุดการทำงาน
นักวิทยาศาสตร์หุ่นยนต์ส่วนใหญ่บอกว่าไม่มีอะไรต้องกลัว มนุษย์จะควบคุมแม้กระทั่งหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนและฉลาดที่สุดได้ ถึงกระนั้นความกลัวว่าหุ่นยนต์จะควบคุมไม่ได้นั้นแข็งแกร่งมากจนทำให้นักพัฒนาหุ่นยนต์อย่างร็อดนีย์ บรูคส์ ต้องติดตั้งเครื่องมือหยุดการทำงานฉุกเฉินไว้ในหุ่นยนต์ของเขา
ในโลกตะวันตก ระแวงการใช้หุ่นยนต์ในโรงพยาบาลและในการดูแลผู้ป่วยหรือคนชรามานาน แต่ในตะวันออกไกล หุ่นยนต์ได้รับความนิยม ตัวอย่างเช่น รัฐบาลเกาหลีใต้มีความพยายามที่จะให้ทุกบ้านมีหุ่นยนต์บ้านละตัวภายในปี 2020 หลายบริษัทก็พัฒนาหุ่นยนต์ช่วยเหลืออิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ซึ่งสามารถทำงานบ้านง่ายๆ ได้หลายอย่าง ทว่าแม้หุ่นยนต์จะเริ่มยึดหัวหาดทุกหนแห่ง จนถึงบัดนี้ก็มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ควบคุมเต็มที่และยังคงเป็นผู้นำด้านสติปัญญาอยู่ต่อไป







