
จะปรองดองกันได้อย่างไร?
สังคมจะสันติสุขได้ต้องมีความสมานฉันท์ ได้เกิดความแตกแยกร้าวฉานจึงต้องมีการปรองดองเพื่อให้สมานได้ แต่ความปรองดองต้องอยู่บนหลักการที่จะทำให้สังคมสันติสุขได้อย่างยั่งยืน
สังคมจะสันติสุขได้ต้องมีความสมานฉันท์ ได้เกิดความแตกแยกร้าวฉานจึงต้องมีการปรองดองเพื่อให้สมานได้ แต่ความปรองดองต้องอยู่บนหลักการที่จะทำให้สังคมสันติสุขได้อย่างยั่งยืน
เราสมควรปรองดองกับผู้ชุมนุมที่มาอย่างบริสุทธิ์ใจ แม้มีการให้เงิน มีการปลุกระดมด้วยวาทกรรมอำมาตย์ ไพร่ แต่ผู้ชุมนุมจำนวนมากรู้สึกจริงๆ ว่าเขามาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพราะรู้สึกว่าสังคมเหลื่อมล้ำเหลือเกิน รู้สึกว่าเขาจนเพราะ “อำมาตย์” แล้วหวังว่าวีรบุรุษประชานิยมจะทำให้เขารวยได้ แต่กลับถูกรัฐประหาร ถูกดำเนินคดีจนต้องหนีไป
เขาถูกชักนำให้คิด ให้แค้น ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ชอบธรรม เขาไม่รู้ว่าระบบรัฐสภาต่างจากระบบประธานาธิบดี เพราะสามารถตั้งรัฐบาลผสมได้อย่างชอบธรรม เขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกตั้งในสภาผู้แทนราษฎรนั้น พรรคเพื่อไทยพรรคที่เขาชอบยังเสนอคนจากพรรคเล็กคือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นนายกรัฐมนตรี
หลังจากมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน บางคนอาจจะอยากกลับบ้านแต่กลับไม่ได้เพราะถูกยึดบัตรประชาชนไว้ เกรงใจคนที่พามา หรือเกรงกลัวการ์ด หรืออาจหวังจะได้เงินหลายแสนที่ถูกบอกจะได้หากวีรบุรุษของเขาได้กลับมา บ้างก็หวาดกลัวเพราะถูกบอกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จ้องจะทำร้ายพวกเขา ...และคงจะมีหลายคนที่อยู่ต่อด้วย “อุดมการณ์” ทั้งๆ ที่มีนายทุนใช้เงินมหาศาลจัดตั้งการชุมนุม
ถ้าอยากให้สังคมไทยสมานฉันท์ เหล่านี้ควรจะรับเป็น “ความบริสุทธิ์ใจ” แม้บางส่วนมองได้ว่าเป็นแถบสีเทาที่กว้าง แต่ก็มีขอบสุดเขตที่สีเข้มที่ดูยังไงก็เป็นสีดำ
ชายชุดดำที่ใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าทหาร ชี้เป้าหมายหัวและใช้ระเบิดเข่นฆ่านายทหารที่ไม่ยอมสยบต่อนักการเมือง กับทหารอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ 10เม.ย. 2553 รวมทั้งประชาชนที่มาชุมนุมบาดเจ็บเสียชีวิตด้วยไม่ว่าเป็นลูกหลงหรือจงใจ ต่อมาที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ยอมให้ทหารติดอาวุธได้ โดยมีคำสั่งชัดเจนว่าเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น กองกำลังติดอาวุธก็ยังปฏิบัติการต่ออีกในหลายจุด
จากหลายๆ เหตุการณ์ทั้งที่เป็นการยิงของฝ่ายก่อการร้ายและความชุลมุนที่เกิดจากการเผชิญหน้า มีการสูญเสีย 91 ชีวิต เป็นพลเรือน 80 เจ้าหน้าที่ 12 บาดเจ็บกว่าพัน เป็นพลเรือน 833 เจ้าหน้าที่ 840 (ตัวเลขกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ) รวมถึงการตาย 6 ศพหลังจากการชุมนุมประกาศสลายตัวแล้ว ซึ่งฝ่ายเสื้อแดงหาว่าเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐ โดยไม่คิดว่ารัฐทำไปแล้วได้อะไร?
หากไม่มีปฏิบัติการของชายชุดดำ การสูญเสียและเหตุการณ์บานปลายต่างๆ รวมทั้งความเกลียดชังสุดขั้วที่ตามมาอาจไม่เกิดขึ้น! ต้องมีการค้นหาความจริง หาผู้บงการนำคนผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งอาชญากรรมของชายชุดดำ และการเผาตึกต่างๆ ใน กทม. และศาลากลางหลายจังหวัดในภูมิภาค การยิงวัดพระแก้ว การให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการบุกทำลายการประชุมอาเซียน การรุมทุบรถเพื่อทำร้ายหมายชีวิตนายอภิสิทธิ์ และการฆ่าประชาชนในการชุมนุมปี 2552
ก่อนหน้านี้ได้มีการจับกุม รับสารภาพ มีความคืบหน้าในการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่หากออกกฎหมายนิรโทษในแนวทางที่เสียงข้างมากกำลังผลักดัน สิ่งเหล่านี้จะถูกลบล้าง ความจริงจะไม่ปรากฏ และมีโอกาสสูงว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ศาลตัดสินแล้ว และที่กำลังจะพิจารณา จะเป็นโมฆะไป
หลักกฎหมาย ศีลธรรมจริยธรรมในบ้านเมืองนี้ – เท่าที่ยังเหลืออยู่ – จะถูกทำลายสิ้น บ้านเมืองจะไม่มีขื่อไม่มีแป แม้กระทั่ง พระไพศาล วิสาโล ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่รับฟังข้อมูลของฝ่ายเสื้อแดงอย่างเต็มที่ ได้กล่าวไว้ว่า “การนิรโทษกรรมแบบนี้จะเป็นเยี่ยงอย่างให้มีการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อไปอีกไม่จบสิ้น เพราะเชื่อว่าทำแล้วสามารถลอยนวลได้ในที่สุด”
ที่สำคัญ การนิรโทษแบบนี้จะทำให้ความแตกแยกยิ่งลึกมากเข้าไปอีก เพราะคนจำนวนมากเห็นว่าไม่ชอบธรรมและยอมรับไม่ได้
ถ้าจะนิรโทษกันจริงๆ ก็ควรจะต้องค้นหาความจริงก่อน ให้รู้ว่าใครทำอะไรกันแน่ ให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบว่าผิดจริงไหม ควรมีโทษอย่างไร สำนึกผิดแค่ไหน และสังคมมีฉันทามติที่จะให้อภัยหรือนิรโทษไหม
แค่เพียงฝ่ายต่อต้านกฎหมายนิรโทษจะชุมนุมเพื่อแสดงออกอย่างสันติ ก็ยังถูกปิดกั้นด้วยการใช้ พ.ร.บ.มั่นคง มีการระดมสรรพกำลัง เตรียมพร้อม ทั้งๆ ที่ฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณไม่ได้มีประวัติในการก่อความรุนแรง ทีฝ่ายเสื้อแดงรัฐบาลกลับปล่อยให้ชุมนุมได้คุกคามตุลาการองค์กรอิสระ ฝ่ายค้านและฝ่ายอื่นๆ ได้โดยไม่ปรามไม่ห้าม แล้วยังให้ท้ายว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ การปฏิบัติสองมาตรฐานแบบนี้รังแต่จะทำให้ประเทศยิ่งร้าวฉาน
พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศชัดเจนว่า ไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ขอให้ถอนร่างกฎหมายนิรโทษปรองดองต่างๆ ออกไปจากสภา
หากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีความจริงใจที่จะเปิดเวทีรับฟังเพื่อสร้างความปรองดอง ก็ควรให้ลูกพรรคและพรรคพวกถอนร่าง พ.ร.บ.ออกไปจากสภาก่อน







