
ลงดาบโฆษณาเกินจริงถอนใบอนุญาติทำสื่อ
โดย...รัฐพงศ์ เทียมทองใบ
โดย...รัฐพงศ์ เทียมทองใบ
“เมื่อทานยานี้แล้ว ความเป็นชายของท่านจะกลับคืนมา ถ้าหากเป็นผู้หญิงจะช่วยให้อกกระชับขึ้น ไม่ต้องไปเสริมเติมแต่งให้เสียเวลา”
“หากใช้ยานี้แล้วหน้าจะผ่องใสไร้สิวเสี้ยน ดูเด็กขึ้นเป็นสิบปี”
“หากรับประทานอาหารเสริมชนิดนี้แล้ว ร่างกายจะแข็งแรงไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคร้ายได้นานาชนิด”
เป็นประโยคโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงที่หลายคนคงจะเคยได้ยิน ซึ่งมีอยู่เกลื่อนกลาดตามเคเบิลทีวี โทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุท้องถิ่นและอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย การฝ่าฝืนมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร 2522 และมาตรา 37 และมาตรา 3940 ใน พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งในยุคปัจจุบันถือว่ามีมากขึ้นเป็นทวีคูณ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ปัจจุบัน กสทช.มีการมอนิเตอร์การโฆษณาและออกอากาศในทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงผู้บริโภคอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าเราสามารถดูแลได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะระบบทีวีดาวเทียม แต่ในส่วนของเคเบิลทีวีท้องถิ่น และวิทยุชุมชนที่มีอยู่ถึง 9,000 สถานีทั่วประเทศนั้น การตรวจสอบติดตามให้ทั่วถึงเป็นเรื่องยาก จึงต้องผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยสอดส่องดูแลการโฆษณาที่ผิดปกติ
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งสื่อทีวีและวิทยุ ซึ่งยื่นขอรับใบอนุญาตจาก กสทช.กว่า 8,000 ราย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายของ อย.อย่างเคร่งครัด พบว่าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังพบการกระทำผิด โดย กสทช.สามารถใช้อำนาจทางปกครอง สั่งลงโทษผู้ประกอบการทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม หรือวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ที่ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตกับ กสทช.ไว้ อาทิ มาตรการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) การสั่งปรับ การระงับใบอนุญาต หรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ในปีถัดไป
นอกจากนั้น ยังได้กำหนดแนวทางจัดการปัญหาโฆษณาฝ่าฝืนกฎหมายอย่างซ้ำซาก เชื่อมโยงในการพักใบอนุญาตผลิต การเพิกถอนทะเบียนตำรับและเลขสารบบ ส่วนสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุคลื่นใด ที่ปล่อยให้มีการโฆษณาที่ผิดกฎหมายตามที่ อย.ตรวจพบ ก็อาจมีผลกระทบต่อการขอต่อใบอนุญาตกับ กสทช.
ด้าน ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมปรับปรุงกฎหมาย 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและยา ได้แก่ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ อาทิ เพิ่มโทษปรับผู้ประกอบการที่โฆษณาเกินจริงและได้รับอนุญาตจาก อย.จาก 5 พันบาท เป็นไม่เกิน 5 แสนบาท โดยขณะนี้ขั้นตอนได้เข้าสู่กระบวนการทางคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
ขณะที่ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กล่าวว่า บก.ปคบ.กำหนดมาตรการตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการโฆษณา 2 ด้าน คือ 1.มาตรการป้องกัน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนและผู้บริโภคตระหนักถึงพิษภัยของอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นอันตราย และลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสื่อให้เป็นหูเป็นตาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย และ 2.มาตรการปราบปราม มีศูนย์ปฏิบัติการ บก.ปคบ. มอนิเตอร์รายการหรือโฆษณาตามสื่อต่างๆ
พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1135 และตู้ ปณ. 459 รวมถึงประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค







