
เผลอไม่ได้
เผลอแป๊บเดียว ราคาน้ำมันในตลาดโลกค่อยๆ ขยับขึ้นทีละเหรียญสองเหรียญ ตอนนี้ใกล้แตะ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้วครับ โดยเมื่อวานนี้ราคาขยับไปอยู่ที่ 105.58 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเมื่อสองเดือนก่อนยังอยู่ที่ราว 90 กว่าๆ ต่อบาร์เรล
เผลอแป๊บเดียว ราคาน้ำมันในตลาดโลกค่อยๆ ขยับขึ้นทีละเหรียญสองเหรียญ ตอนนี้ใกล้แตะ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้วครับ โดยเมื่อวานนี้ราคาขยับไปอยู่ที่ 105.58 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเมื่อสองเดือนก่อนยังอยู่ที่ราว 90 กว่าๆ ต่อบาร์เรล
เรียกได้ว่ามาเงียบๆ แต่กำลังจะเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจตัวใหม่ของทั่วโลกก็ว่าได้ โดยในช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วนอยู่กับสถานการณ์ที่ไม่ปกติทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ น้ำมันโลกก็ขยับขึ้นทุกทีๆ
ประการแรก การปรับขึ้นของราคาน้ำมันเป็นผลมาจากสถานการณ์ความรุนแรงในอียิปต์ที่เป็นพื้นที่ขนส่งน้ำมันแห่งหนึ่งของโลก
ประการต่อมา คือความผันผวนของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ที่ส่งอิทธิพลต่อราคาน้ำมัน โดยเฉพาะนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ต่อการดำเนินนโยบายคิวอี 3 ว่าจะชะลอหรือจะหยุด หรือจะเดินหน้าลุยต่อนั้น ล้วนแต่มีผลกระทบต่อค่าเงินสหรัฐทั้งสิ้น และก็ยังกระทบต่อไปยังราคาน้ำมันด้วย
อย่างเมื่อครั้งที่ตลาดวิตกกังวลกันว่าเฟดจะเลิกนโยบายคิวอีในช่วงปลายปีนี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลงทันที เพราะมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อพันธบัตรสหรัฐ
แต่เมื่อครั้งตลาดมั่นใจว่าเฟดจะดำเนินโครงการคิวอีต่อไป ค่าเงินดอลลาร์ก็กลับมาแข็งอีกครั้งเหมือนในช่วงนี้ครับ ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทันที เมื่อดอลลาร์แข็งขึ้น นักลงทุนก็ซื้อน้ำมันได้ถูกลง ตลาดน้ำมันจึงกลายเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุน เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันที่นิวยอร์กก็ปรับขึ้นไปเหรียญกว่าทันทีเมื่อธนาคารกลางสหรัฐออกแถลงการณ์ชัดว่ายังจะเดินหน้าคิวอี 3 ต่อไป
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นทีละเล็กละน้อย กำลังจะกลายเป็นภัยเงียบที่สร้างความปวดหัวให้กับหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย อินโดนีเซียเองเริ่มเห็นผลกระทบแล้ว เมื่อดัชนีเงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงขึ้น เพราะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นนั่นเอง
ญี่ปุ่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ ประเทศนี้พึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศมากขึ้น เพราะต้องนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าหลังจากที่พักการเดินเครื่องโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในประเทศไปหลายแห่งนับตั้งแต่วิกฤตนิวเคลียร์ฟูกุมาเมื่อต้นปี 2011
นี่ยังโชคดีครับ ที่เศรษฐกิจจีนช่วงนี้ฟุบตัวลงไปเยอะ ไม่หวือหวาเหมือนแต่ก่อน จีนถือเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เศรษฐกิจจีนที่ฟุบลงทำให้จีนกระหายน้ำมันน้อยลงไปมาก ไม่เช่นนั้นราคาน้ำมันจะยิ่งน่าดูมากกว่านี้ครับ ถ้าหากเศรษฐกิจจีนคึกคักเหมือนช่วง 5 ปี 10 ปีที่แล้วครับ







