
ไทยแชมป์อาเซียน‘ควบรวมกิจการ’พุ่ง4.4แสนล.
ไทยดาวเด่นตลาดควบรวมกิจการแห่งอาเซียน ครึ่งปีแรกทะลุแล้ว 4.4 แสนล้าน
ไทยดาวเด่นตลาดควบรวมกิจการแห่งอาเซียน ครึ่งปีแรกทะลุแล้ว 4.4 แสนล้าน
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานบทความเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า ไทยกลายมาเป็นดาวเด่นในตลาดควบรวมกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ของอาเซียน หลังจากที่มีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นมากที่สุดในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา
การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กำลังขยายตัวอย่างมาก ได้ทำให้เกิดการควบรวมกิจการจากการเข้าซื้อบริษัทของเหล่าบรรดามหาเศรษฐีภายในภูมิภาค ตลอดไปจนถึงบริษัทจากประเทศพัฒนาแล้วที่ตลาดในบ้านกำลังซบเซา
ตัวเลขเอ็มแอนด์เอของไทยนั้นมีมูลค่ามากที่สุดในภูมิภาคในปีนี้ โดยอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.4 แสนล้านบาท) สูงว่าอันดับ 2 อย่างมาเลเซียถึง 66% ซึ่งมีมูลอยู่ที่ 8,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในระดับเอเชียไทยอยู่ในอันดับ 4 รองจากจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย
รายงานได้อ้างถึงกรณีการเข้าซื้อกิจการของบริษัท ซีพี ออลล์ ของอภิมหาเศรษฐีอย่าง นายธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เข้าซื้อสยามแม็คโคร ด้วยมูลค่า 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมไปถึงการเข้าซื้อหุ้น 16% ของบริษัทประกันภัยรายใหญ่ของจีนอย่างผิงอันด้วยมูลค่า 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับทางด้านนายเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งค่ายไทยเบฟนั้น เมื่อเดือน ก.พ.ก็ได้เข้าซื้อบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ของสิงคโปร์ ผ่านบริษัทการลงทุนของไทยเบฟ คือ ทีซีซี มูลค่า 1.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ในอีกด้านหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ ก็มีส่วนผลักดันทำให้มูลค่าเอ็มแอนด์เอในไทยพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากไทยยังมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับน่าลงทุน ประกอบกับภาคการเงินในไทยยังมีแนวโน้มสดใสจากการเติบโตของชนชั้นกลางอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นการดึงดูดบรรดาธนาคารจากต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ตลาดในบ้านยังคงซบเซาอย่างหนัก
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เปิดเผยว่าเตรียมจะเข้าซื้อหุ้น 75% ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ขณะที่ เมจิ ยาสุดะ บริษัทประกันภัยจากญี่ปุ่นได้ข้อตกลงเข้าซื้อหุ้น 15% ในบริษัทไทยประกันชีวิตเป็นมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยเช่นกัน







