
เหลืองจะโค่นแดงลงได้หรือไม่
การเคลื่อนไหวทางการเมืองบ้านเราในช่วงนี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องเหลืองจะโค่นแดงลงได้หรือไม่ ก็คงไม่ใช่จิ๊กโก๋การเมืองที่แท้จริง
การเคลื่อนไหวทางการเมืองบ้านเราในช่วงนี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องเหลืองจะโค่นแดงลงได้หรือไม่ ก็คงไม่ใช่จิ๊กโก๋การเมืองที่แท้จริง
วันนี้สื่อสารมวลชนและผู้มี Nose of News ต่างก็คาดการณ์กันว่าตั้งแต่เปิดสภาไป เหตุการณ์ทางการเมืองก็จะรุนแรงขึ้น พวกที่ประเมินว่าจะรุนแรง นอกจากจะเป็นพวกคาดเดาทางการเมืองแล้ว ก็ยังมีพวกสร้างความรุนแรงเองนั่นแหละที่ออกมาพูด
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมถูก “แอบเหลือง” โทรมาถามว่าผมมองสถานการณ์การเมืองในเวลานี้อย่างไร ไทยเรากำลังจะเกิดความรุนแรงขึ้นรอบใหม่อีกหรือไม่?
นั่นเป็นวิธี “สุ่มตัวอย่าง” เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าการปฏิบัติการเหลืองที่จะระดมขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านั้น นักข่าวและประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ประการใด
แม้จะรู้ทัน แต่ผมก็เรียนตอบเขาไปตรงๆ ว่า การทำสงครามกลางเมืองเพื่อ “ชิงอำนาจรัฐ” ในยุคนี้ไม่ใช่ว่าใครมีกำลังมากกว่า มีปืนมากกว่าแล้วจะชนะไปแบบสมัยกลางนะครับ ปัจจัยแห่งชัยชนะเป็นเรื่อง “ฝ่ายใดจะสามารถรุกทางการเมือง” ได้มากกว่ากันต่างหาก
ผมถามเขาว่า ในการขับเคลื่อนทางการเมืองของฝ่ายเหลืองในขณะที่แดงกำลังซวนเซจากการดำเนินนโยบายข้าวที่ผิดพลาดด้วยการเอา “ภาษีราษฎร” ไป “เน่าอยู่ในโกดัง” นั้น เหลืองมีข้อเสนออะไรที่ก้าวหน้าให้กับประชาชนหรือ? คำตอบของเขาก็คือ ไม่มี เท่าที่ประเมินข้อสอบประกอบกับการขับเคลื่อนของฝ่ายเหลืองให้แดงตอบแล้ว ผมเห็นว่ากระจอกเอามากๆ ที่กระจอกก็เพราะเป็นข้อเสนอเพื่อหาเรื่องกันแบบหมาป่ากับลูกแกะ ข้อเสนอแบบนี้ไม่พอที่จะได้ใจประชาชนที่เข็ดขยาดกับความรุนแรงที่ผ่านมาได้หรอก ข้อที่สอง ผมถามรุกเขาไปว่า การปกครองเหลืองที่ผ่านมายาวนานหลายทศวรรษนั้น ได้ทำให้ประชาชน “กินอิ่ม นอนหลับ มีความเสมอภาคในสังคมหรือไปสร้างความยากจนอย่างยั่งยืนในหมู่ราษฎร” เขาตอบว่าเป็นเรื่องหลังมากกว่า ผมก็บอกว่าโจทย์แค่ 2 ข้อที่ให้ตอบเหลืองก็ “สอบไม่ผ่าน” แล้ว ทางเดียวที่ทำได้คือให้ทหารมาทำรัฐประหารให้ แต่การทำรัฐประหารในวันที่ทหารยังเอาชนะการต่อสู้ของประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้ยังไม่ได้เลยนั้น การเมืองของทหารเพียงพอหรือ? การเมืองต่ำอย่างนี้จะปกครองประชาชนได้หรือ? และอย่าลืมว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากรัฐประหารไม่ใช่ชาวไร่ชาวนา แต่เป็นพวก “นายทุน” กำปั้นหนัก เพราะไปทำให้ธุรกิจต่างๆ ของนายทุนพัง
อยากจะเรียนว่าประชาชนก้าวข้ามผู้ปกครองทั้งเหลืองและแดงไปมากแล้วในวันนี้ ขืนป่วนกันไปป่วนกันมาแบบแม่ค้าปากตลาดทะเลาะกัน เดี๋ยวก็โดนถีบตกเวทีทั้งคู่นั่นแหละ
เขาถามว่าจะให้พวกเขาทำอย่างไรกับพวกเผด็จการแดง ผมเรียนไปว่า ไม่ต้องไปทำอะไร เพราะเผด็จการไหนๆ ก็กัดกินตัวเองอยู่แล้ว ในสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงยังไงๆ อำนาจรัฐแดงก็พาชาติบ้านเมืองไปไม่รอด เดี๋ยวก็โดนประชาชนสอยลงไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่เมื่อประชาชนสอยแดงลงแล้ว เขาจะเอาอำนาจมา “ใส่พาน” ให้ “เหลือง” หรือ...ไม่มีทาง เพราะประชาชนก็รู้ดีว่าแดงก็ทำให้ประชาชนยากจนอย่างยั่งยืนเหมือนกัน
คนถามเขาพอใจคำตอบแค่นั้น ทั้งๆ ที่ผมอยากจะบอกต่อไปว่า วันนี้ไม่ว่าเหลืองหรือแดง ไม่มีสิทธิที่จะมาปกครองแล้วทั้งคู่นั่นแหละ ที่ประชาชนเขาฉันทานุมัติให้แดงชนะเมื่อครั้งก่อนก็เพราะเขาต้องการสั่งสอนเหลือง และต้องการให้แดงสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เขา แต่พอแดงขึ้นมาปกครองแล้วแดงก็สร้างประชาธิปไตยไม่ได้ ที่สร้างไม่ได้ก็เพราะ “สร้างไม่เป็น” ขนาดมีอดีตพวกคอมมิวนิสต์เป็นไกด์อยู่ด้วยก็ช่วยไม่ได้ ที่ช่วยไม่ได้ก็เพราะพวกนั้นรู้แต่ “วิชาหนีตาย” ไม่ได้รู้ “วิชาการเมือง”
ผมเคยเขียนจดหมายถึงคุณยิ่งลักษณ์เรื่องสร้างประชาธิปไตยมาแล้ว ไม่เชื่อไปดูในกูเกิลก็ได้ แต่เธอและพวกก็ไม่ Get ที่ไม่ Get ก็เพราะเธอและพวกพ้องมาจากชนชั้นนักธุรกิจ นักธุรกิจมองแต่เรื่องกำไรขาดทุน ไม่มีทางเข้าถึงอำนาจอธิปไตยปวงชนได้เช่นเดียวกับชนชั้นสูงที่คิดแต่จะกดขี่ราษฎร พวกเขาคิดว่าแค่เลือกตั้งก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว ทั้งๆ ที่การเลือกตั้งเป็นเพียงแค่ “วิธีการประชาธิปไตย” เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยวิธีหนึ่งเท่านั้น ส่วนจะเป็นอำนาจอธิปไตยของนายทุน (ชนชั้นกลาง) ชนชั้นสูง หรือปวงชน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บ้านเราเลือกตั้งแล้วไม่เคยได้อำนาจอธิปไตยปวงชนสักครั้ง ได้แต่อำนาจอธิปไตยของนายทุนกับชนชั้นสูงเท่านั้น ถ้าคนไทยอยากจะได้อำนาจอธิปไตย ปวงชนก็ต้องปฏิวัติประชาธิปไตยก่อน ถ้าไม่ปฏิวัติ ประชาธิปไตยก็ไม่มีทางได้อำนาจอธิปไตยปวงชน ไม่เชื่อไปศึกษาการปฏิวัติประชาธิปไตยในอังกฤษ ในฝรั่งเศสดูก็ได้ จะเป็นคอมมิวนิสต์ยังต้องทำปฏิวัติคอมมิวนิสต์เลย เรื่องนี้ไม่ต้องไปถามเลนิน โฮจิมินห์ หรือเหมาเจ๋อตงที่ตายไปแล้วหรอก ถามพวกนักปฏิวัติรุ่นเก่าๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ได้ แต่ขอร้องว่าอย่าไปถามพวกอดีตคอมมิวนิสต์ไทยนะครับ พวกนี้ทำปฏิวัติร่วมกับพวกปฏิกิริยาจน “พุงกาง” กันไปนานแล้วครับ!
ปล. 1.พรรคการเมืองไทยไม่ใช่พรรคการเมืองหรอกครับ ที่ไม่เป็นพรรคเพราะต้องไปจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่มีที่ไหนเขาทำกัน ที่สำคัญคือการที่พรรคต้อง “ขึ้นต่อ” กับ “เจ้าของพรรค” โดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งที่ไม่ต่างจากบรรษัททั่วๆ ไป ถ้าจะต่างก็ตรงที่ “บรรษัทค้าการเมือง” ใช้การเมืองหารายได้เข้าบริษัทเท่านั้น!
2.อลงกรณ์ พลบุตร กำลัง Dual Power กับอภิสิทธิ์ เพื่อโค่นตำแหน่งหัวหน้าพรรคโดยพฤตินัย คุณว่าใครจะชนะ?







