
อย่ามุบมิบน้ำมันรั่ว
ทุกครั้งที่เกิดปัญหาใหญ่ในเมืองไทย สิ่งที่มักขาดหาย คือ ข้อมูลความจริงของปัญหา ทำให้ผลกระทบที่จะตามมาในภาคส่วนอื่นๆ แทบเตรียมตัวแก้กันไม่ทัน
ทุกครั้งที่เกิดปัญหาใหญ่ในเมืองไทย สิ่งที่มักขาดหาย คือ ข้อมูลความจริงของปัญหา ทำให้ผลกระทบที่จะตามมาในภาคส่วนอื่นๆ แทบเตรียมตัวแก้กันไม่ทัน
รวมทั้งกรณีน้ำมันรั่วครั้งใหญ่ นอกชายฝั่งทะเล จ.ระยอง ห่างออกไปกว่า 20 กิโลเมตร หรือ 40 กิโลเมตร ครั้งนี้ ตามประกาศของบริษัท ปตท. โกลบอล เคมิคอล หรือพีทีที จีซี ที่บอกว่าเกิดเหตุท่อน้ำมันดิบของบริษัท รั่วกลางทะเลบริเวณ อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อ 07.00 น. ของเช้าวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา คราบน้ำมันขยายคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร หลังทราบเหตุได้หยุดส่งน้ำมันและควบคุมสถานการณ์ทันที โดยน้ำมันรั่วลงทะเลประมาณ 50 ตัน แต่บางหน่วยงานรัฐระบุว่า 70 ตัน
ในการขจัดคราบน้ำมัน พีทีที ซีจี บอกว่าได้ขอความร่วมมือจากเอกชนและหน่วยงานรัฐ คาดจะเก็บคราบน้ำมันได้หมดในวันที่ 27 ก.ค. และได้ขอคำแนะนำจากหน่วยงานขจัดคราบน้ำมันสากล เพื่อให้มั่นใจจะไม่กระทบสิ่งแวดล้อมและอาชีพประมงชายฝั่ง แต่วันเดียวกันนั้น กรมเจ้าท่าบอกต้องใช้ 2-3 วัน จะขจัดคราบส่วนใหญ่ได้ และใช้ 1 สัปดาห์ถึงจัดการได้ทั้งหมด
ถัดจากนั้นในวันที่สองของน้ำมันดิบรั่ว ทาง พีทีที ซีจี ออกมาบอกว่า วันแรกขจัดน้ำมันไปได้แล้ว 50% และวันที่สองนี้ขจัดคราบน้ำมันไปได้ 90% จากการทำงานร่วมกันของเรือจากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า บริษัท ไออาร์พีซี กับเรือของพีทีที ซีจี นอกจากนี้ยังส่งเครื่องบินซี130 ของบริษัทขจัดน้ำมันจากสิงคโปร์ออกฉีดพ่นสลายคราบน้ำมันที่หลงเหลือ มีการวางทุ่นดักเก็บน้ำมัน หรือบูมยาว 1,200 เมตร ป้องกันน้ำมันเข้าเกาะเสม็ด ส่งเครื่องร่อน 4 ลำ และเรือตรวจการ ออกถ่ายภาพตามชายฝั่ง แต่ไม่พบน้ำมันใกล้ขายฝั่ง
พอเข้าเช้าวันที่สามของน้ำมันรั่ว เป็นที่ทราบกันว่าน้ำมันดิบไหลเข้าอ่าวพร้าวของเกาะเสม็ดเต็มความยาว 600 เมตร ทำให้ทาง จ.ระยอง ประกาศให้อ่าวพร้าวเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และด้วยคลื่นลมที่รุนแรงอาจจะพัดไปอ่าวอื่น รวมถึงอาจเข้ามาชายฝั่งที่บ้านเพ ซึ่งทาง พีทีที จีซี บอกว่าจะจัดการคราบน้ำมันทั้งหมดได้ภายใน 1 สัปดาห์
จะเห็นได้ว่าจากอุบัติเหตุน้ำมันรั่วครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาเป็นลำดับ ข้อมูลที่ชี้แจงออกมาไม่ตรงกับความจริง เช่น ปริมาณน้ำมันที่รั่วกี่ตัน สถานที่เกิดเหตุห่างจากชายฝั่งกี่กิโลเมตร ที่สำคัญการจัดการปัญหาที่วันแรกบอกว่าจะจัดการได้ในวันเดียว ซึ่งไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว พอถักจากนั้นบอก 23 วันเสร็จ ล่าสุดบอก 1 สัปดาห์ ซึ่งเมื่อเทียบกับเหตุน้ำมันรั่วต่างประเทศที่ปริมาณน้อยกว่า ยังใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงจะขจัดได้หมด
บนข้อมูลที่ปิดบังมุบมิบดังกล่าว จึงทำให้ข้อมูลที่ออกมาอื่นๆ คงเชื่อใจได้ยาก เพราะนักวิชาการบอกว่าต้องใช้เวลาเป็นเดือน และต้องตามเก็บเม็ดน้ำมันดิบที่โดนสารทำให้แตกตัวตกลงในทะเลอีกเป็นปี ยังไม่นับผลกระทบจากสารเคมีที่ใช้เมื่อใช้ใกล้กับชายฝั่งขนาดนี้ผลกรทบที่ตามมาตามรายงาน ทางวิชาการระบุว่ามีผลกระทบมาก
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหานี้ ออกมาให้ความจริงอย่างมีสติ ไม่สร้างความแตกตื่น เพื่อต่อไปจะได้วางแผนแก้ไขได้ถูกต้อง







