
ในหลวงทรงอยากเห็นพระ รู้ลึกและแตกฉาน
วันจันทร์ที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีพิธีจัดมอบทุนเล่าเรียนหลวงถวายแด่พระภิกษุสามเณร ณ อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
วันจันทร์ที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีพิธีจัดมอบทุนเล่าเรียนหลวงถวายแด่พระภิกษุสามเณร ณ อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา
มี พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ประธานกรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เป็นประธานในพิธีถวายทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ประจำปี 2556
ฝ่ายสงฆ์มี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม รองแม่กองงานพระธรรมทูต เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ประเภททุนที่จัดถวาย ได้แก่ ทุนการศึกษาเปรียญธรรม 6 ถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค ทุนเล่าเรียนพระบาลี ทุนสำนักเรียน/หรือสำนักศาสนศึกษาดีเด่น ทุนสถาบันพระบาลีดีเด่น
ทุนแด่พระธรรมทูตระดับอำเภอที่มีผลงานดีเด่น แด่พระภิกษุสามเณรภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
ทุนพระวิปัสสนาจารย์ ทุนสนับสนุนฝึกอบรมพระนักเทศน์ และทุนสำนักปฏิบัติธรรมหรือสถานปฏิบัติธรรมระดับดีเด่นและระดับชมเชย
รวมทุนที่จัดสรรถวายพระเณรในปีนี้ 917 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 10,658,000 บาท
“โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” เกิดขึ้นมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระองค์ทรงพระอนุสรณ์เสมอว่า การบำรุงพระภิกษุสามเณรให้ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งแตกฉานเป็นทางสำคัญที่จะช่วยจรรโลงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบไป
และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกองทุนนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2547 พร้อมพระราชทานทุนปฐมฤกษ์จำนวนหนึ่งให้เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2547 โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ
1.เพื่อให้ภิกษุสามเณรได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งแตกฉาน
2.เพื่อสร้างความร่มเย็นในสังคมด้วยการมีหลักพุทธธรรมที่ถูกต้องเป็นแกน
3.เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เป็นเสาหลักทางจิตใจและความคิดของประชาชน
ซึ่งวัตถุประสงค์นี้เห็นได้ว่าครอบคลุมครบถ้วน ทั้งในส่วนของพระสงฆ์ พระพุทธศาสนา ประชาชน สังคม และชาวโลก
จะเห็นว่าในจุดประสงค์ข้อแรก แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอยากเห็นภิกษุสามเณรศึกษาพระธรรมวินัยเป็นจริงเป็นจัง ลึกซึ้ง และแตกฉานด้วย
อันนี้เป็นการบ้านให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย มหาเถรสมาคม พระเถระผู้ใหญ่ เจ้าคณะพระสังฆาธิการทุกระดับ
รวมถึงมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ฯลฯ ต้องกลับมาตระหนักถึงการศึกษาของสงฆ์ไทยแล้ว
จะเพิกเฉยไม่ได้อีกต่อไป!
เพราะถ้าจะมองการศึกษาธรรมวินัยของพระสงฆ์ไทยเราในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าภิกษุสามเณรส่วนใหญ่ยังไม่รู้ธรรมวินัยถึงขั้นรู้ลึกซึ้งและแตกฉาน
อันนี้ไม่รวมถึงทักษะหรือความสามารถ ความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดพระธรรมคำสอนให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเทศน์ หรือบรรยาย ปาฐกถา สอน อบรม
ส่วนใหญ่จะรู้ทั่วๆ ไป แต่ถ้ารู้ขั้นลึกซึ้ง แตกฉาน ขั้นวิเคราะห์วิจัย และมีทักษะในการถ่ายทอดธรรมะให้คนอื่นได้เข้าใจในเนื้อหาสารธรรมที่ถูกต้อง เป็นที่จับจิตจับใจ
ต้องบอกว่านับคนได้!
ไม่ต้องอะไรมาก เวลาที่เกิดปัญหาในเรื่องของข้อธรรมวินัยที่สังคมสงสัยจะมีพระผู้รู้เพียงไม่กี่รูปที่สื่อมวลชนสามารถไปขอความเห็นได้
บางรูปรู้แต่ไม่อยากออกความเห็นทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระธรรมวินัย ดักผลักให้ไปถามรูปอื่น
บางรูปทำตัวเป็นผู้รู้ทั้งที่หลายๆ เรื่องก็ไม่ได้รู้จริง เช่น ไม่มีความรู้แตกฉานด้านภาษาบาลี อ่านยังไม่ออก แต่กลับไปศึกษาพระไตรปิฎก
อวดรู้ว่าแทงตลอดในพระไตรปิฎก จนส่งผลให้เกิดความเข้าใจที่ผิดๆ และส่งผลให้เกิด “ธรรมปลอม” ขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา
ดังนี้ เมื่อพูดเรื่องนี้จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ในเวลานี้ในวงการคณะสงฆ์ไทยเรานั้นเต็มไปด้วยภิกษุสามเณรรู้ธรรมวินัยระดับพื้นๆ รู้บ้างไม่รู้บ้างก็มี ไม่รู้เลยก็มี
แต่ถ้าระดับรู้ลึกซึ้ง รู้จริง และแตกฉาน มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยครับ
อย่าลืมว่า พระพุทธศาสนาจำเป็นต้องมีบุคลากรที่รู้จริง รู้ลึก และแตกฉานในพระธรรมวินัยนำคำสอนของพระพุทธเจ้าออกไปเผยแผ่อย่างถูกต้องและเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง
คณะสงฆ์ไทยต้องเร่งสร้างพระเก่งให้เยอะๆ ส่วนพระอิฐพระปูนเพลาๆ หน่อยครับ







